แรงขับเคลื่อนเมืองอัจฉริยะของไทยกำลังขยายออกไปนอกกรุงเทพฯ และภาครัฐกำลังวางกรอบให้เป็นแพลตฟอร์มระดับชาติสำหรับคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจดิจิทัล กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) ระบุว่าไทยมีเมืองอัจฉริยะ 37 เมือง กระจายอยู่ใน 16 จังหวัด หลังมอบสัญลักษณ์เมืองอัจฉริยะใหม่ให้ “Phuket Silicon Valley” และต่ออายุการรับรองให้เมืองอื่นอีก 16 เมือง พื้นที่ที่ได้รับการต่ออายุรวมถึง Khon Kaen, Wangchan Valley ใน Rayong, Chiang Rai, Phuket และ Nakhon Ratchasima ครอบคลุมภาคเหนือ อีสาน ภาคกลาง และภาคใต้ รวมถึงกรุงเทพฯ ด้วย เป้าหมายระดับชาติที่กระทรวงประกาศคือมีเมืองอัจฉริยะ 105 เมืองภายในปี 2027
เป้าหมายระดับชาตินี้มีทั้ง “ด่านวัดความคืบหน้า” และสัญญาณด้านเงินทุนรองรับอย่างเป็นรูปธรรม MDES ระบุว่าการต่ออายุจะให้เฉพาะเมืองที่ทำความคืบหน้าเกิน 50% เท่านั้น เป็นเงื่อนไขเพื่อให้โครงการเดินหน้าตามแผน ตั้งแต่ปี 2021 การผลักดันเมืองอัจฉริยะของไทยดึงดูดการลงทุนภาคเอกชนมากกว่า 30.9 billion baht ซึ่ง MDES เชื่อมโยงกับความเชื่อมั่นต่อทิศทางการพัฒนาดิจิทัลของประเทศ ขณะเดียวกัน depa รายงานว่ามีพื้นที่ Smart City 37 พื้นที่ใน 25 จังหวัด และมี 173 Smart City Promotion Zones คิดเป็นมูลค่าการลงทุนรวมมากกว่า THB11.9 billion และครอบคลุมประชาชนมากกว่า 9 million คน เมื่อพิจารณาร่วมกัน ตัวเลขเหล่านี้ชี้ให้เห็นยุทธศาสตร์ที่กำลังขยับจากโครงการนำร่องแบบกระจัดกระจาย ไปสู่การครอบคลุมพื้นที่ภูมิภาคในวงกว้างมากขึ้น
จากเขตสาธิตสู่ระเบียงเศรษฐกิจ: การขยายตัวเกิดขึ้นที่ไหนบ้าง
เรื่องเล่าด้านนโยบายกำลังโฟกัส “ระเบียงเศรษฐกิจการเติบโต” ในภูมิภาคมากขึ้น ไม่ได้มองแค่เมืองหลวง การวิเคราะห์ Eastern Economic Corridor (EEC) ระบุว่าเป็นพื้นที่ทดสอบเรือธง ครอบคลุม Chonburi, Rayong และ Chachoengsao โดยมีโครงการเมืองอัจฉริยะเชื่อมกับโครงสร้างพื้นฐาน บริการดิจิทัล และความสนใจจากนักลงทุน MDES ยังชี้ให้เห็นบทบาทของเมืองที่แตกต่างกัน: เมืองท่องเที่ยวอย่าง Phuket และ Chiang Mai ถูกวางตำแหน่งเพื่อหนุนเศรษฐกิจสร้างสรรค์และกลุ่มดิจิทัลโนแมด ขณะที่เมืองอุตสาหกรรมอย่าง Rayong และ Chonburi เชื่อมโยงกับโมเดล BCG (Bio-Circular-Green) และ Industry 4.0 ในอีกด้านหนึ่ง งานทบทวนเชิงวิชาการอ้างถึง One Bangkok ภายใน Rama IV Smart City ในฐานะโครงการพัฒนาแบบผสมผสาน (mixed-use) ขนาด 16.7 hectares สะท้อนว่าการพัฒนาในกรุงเทพฯ สามารถเดินคู่กับวาระภูมิภาคที่กว้างขึ้นได้
นอกเหนือจากการสร้างภาพลักษณ์พื้นที่ หน่วยงานต่างๆ กำลังเน้นการใช้งานจริงที่สามารถทำซ้ำและขยายผลนอกกรุงเทพฯ ได้ โปรแกรม “Smart Living and Smart Living Plus” ของ depa ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลใน 45 ชุมชนทั่วประเทศ รวมถึงระบบบันทึกกิจกรรมคาร์บอนภาคเกษตร กล้อง CCTV และไฟส่องสว่างพลังงานแสงอาทิตย์ โดรนการเกษตร และโซลูชันสมาร์ทฟาร์มแบบ IoT depa ยังกล่าวถึงโครงการ 5G Ambulance Project ร่วมกับ Ministry of Public Health ที่ยกระดับบริการการแพทย์ฉุกเฉินด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลในรถพยาบาล 40 คัน จาก 17 โรงพยาบาล ครอบคลุม 11 จังหวัด ในเวลาเดียวกัน MDES กำลังผลักดัน Digital Government ที่ปลอดภัย และส่งเสริม Open Data เพื่อทำให้บริการสาธารณะโปร่งใส รวดเร็ว และเข้าถึงได้ง่ายขึ้น
เมื่อการพัฒนาเมืองอัจฉริยะของไทยขยายตัว ผู้นำภาครัฐยังเน้นเรื่องมาตรฐาน ความเชื่อมั่น และความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ depa ระบุว่านวัตกรรมจากต่างประเทศต้องผ่านการทดสอบและการรับรองอย่างเข้มงวดก่อนจดทะเบียนใน Thailand Digital Catalogue เพื่อให้ทั้งภาครัฐและเอกชนเลือกเทคโนโลยีที่เชื่อถือได้และมีราคาที่เป็นธรรม MDES อธิบายว่า AI และ IoT เป็นแกนหลักของการบริหารจัดการเมือง แต่ต้องเดินควบคู่กับการเสริมความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์เพื่อป้องกันการนำไปใช้ในทางที่ผิด รัฐบาลยังลงทุนในโมเดล “Smart City Sandbox” ที่ Chaeng Watthana Government Complex ซึ่งมีข้าราชการมากกว่า 35,000 คน และผู้เข้าใช้บริการต่อวันมากกว่า 50,000 คน โครงการตั้งเป้าการจัดการจราจร เพิ่มพื้นที่สีเขียว ปรับปรุงสภาพแวดล้อม และยกระดับคุณภาพชีวิต พร้อมความตั้งใจที่จะนำบทเรียนไปใช้กับเมืองอื่นๆ ต่อไป
ปัจจุบันประเทศไทยรับรองเมืองอัจฉริยะแล้วกี่เมือง และเป้าหมายปี 2027 คือเท่าไร?
สัญญาณใดบ้างที่บ่งชี้ว่างานเมืองอัจฉริยะของไทยกำลังขยับออกไปนอกกรุงเทพฯ?
มีรายงานตัวเลขการลงทุนสำหรับโครงการเมืองอัจฉริยะอย่างไรบ้าง?
Chaeng Watthana Smart Government Complex ตั้งใจจะสาธิตอะไร?
ไทยบริหารความเสี่ยงอย่างเทคโนโลยีที่ไม่น่าเชื่อถือและความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ในเมืองอัจฉริยะอย่างไร?
พูดคุยกับเราเกี่ยวกับความต้องการของคุณในด้าน:
-
วิจัยตลาดในประเทศไทย
-
การวางแผนเชิงกลยุทธ์ในประเทศไทย
-
กลยุทธ์การเข้าสู่ตลาดในประเทศไทย
-
การควบรวมและซื้อกิจการ (M&A) ในประเทศไทย
-
การวิเคราะห์ห่วงโซ่คุณค่าในประเทศไทย
-
การเปรียบเทียบศักยภาพการแข่งขันในประเทศไทย
-
การจัดจำหน่ายและพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ในประเทศไทย
-
การวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคในประเทศไทย