ตลาดเรียกรถผ่านแอปในไทยพุ่งแรง หลังปลดล็อกกฎหมายเต็มรูปแบบและศึกชิงความเป็นซูเปอร์แอป
/ ข้อมูลเชิงลึก / บทความ / ตลาดเรียกรถผ่านแอปในไทยพุ่งแรง หลังปลดล็อกกฎหมายเต็มรูปแบบและศึกชิงความเป็นซูเปอร์แอป

ตลาดเรียกรถผ่านแอปในไทยพุ่งแรง หลังปลดล็อกกฎหมายเต็มรูปแบบและศึกชิงความเป็นซูเปอร์แอป

เผยแพร่เมื่อ: 11 ส.ค. 2026 | ผู้เขียน: Marketing & Communications

แรงขับเคลื่อนของตลาดเรียกรถผ่านแอปในไทยกำลังถูกกำหนดพร้อมกันจากสองปัจจัย: กรอบกฎหมายที่ชัดเจนขึ้น และการแข่งขันที่เข้มข้นระหว่างระบบนิเวศซูเปอร์แอป Mordor Intelligence ประเมินว่าตลาดจะเติบโตจาก USD 2.60 billion ใน 2025 เป็น USD 2.84 billion ใน 2026 และคาดว่าจะไปถึง USD 4.38 billion ภายใน 2031 ด้วยอัตรา CAGR 9.08% ในช่วง 2026-2031 ขณะที่มุมมองอีกด้านจาก Verified Market Research ประเมินมูลค่าตลาดไว้ที่ USD 3.4 billion ใน 2024 และคาดว่าจะขยายเป็น USD 8.9 billion ภายใน 2032 ด้วยอัตรา CAGR 12.8% ในช่วง 2026 ถึง 2032 ตัวเลขคาดการณ์เหล่านี้ชี้ไปในทิศทางเดียวกัน: แพลตฟอร์มกำลังผลักดันให้เกิดการเรียกใช้บริการบ่อยขึ้น ครอบคลุมพื้นที่มากขึ้น และเชื่อมการชำระเงินกับบริการประจำวันอื่น ๆ ให้แน่นแฟ้นกว่าเดิม

Market size forecast
Market size forecast

การทำให้ถูกกฎหมายและข้อกำหนดด้านการปฏิบัติตามกติกากำลังกลายเป็น “แต้มต่าง” ในการดำเนินงาน ไม่ใช่แค่เสียงรบกวนฉากหลังอีกต่อไป Brineweb ระบุว่าไทยรับรองการให้บริการเรียกรถผ่านแอปอย่างเป็นทางการใน 2021 และได้ออกกรอบกำกับดูแลแบบครอบคลุมในเดือนตุลาคม 2025 ภายใต้กฎของ Electronic Transactions Development Agency (ETDA) ที่ออกตามมาตรา 18(3) ของพระราชกฤษฎีกาปี 2022 ว่าด้วยการประกอบธุรกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล แพลตฟอร์มจะไม่ถูกมองว่าเป็นตัวกลางที่เป็นกลางอีกต่อไป แต่ถูกจัดให้มีบทบาทเป็นผู้กำกับและผู้ควบคุมดูแลเครือข่ายคนขับและยานพาหนะของตนเอง Brineweb ยังเสริมว่า แพลตฟอร์มต้องส่งข้อมูลหมายเลขรถ ค่าโดยสารถูกกฎหมาย รายละเอียดคนขับ และแผนเส้นทางเข้าไปยังระบบของ Department of Land Transport (DLT) แบบเรียลไทม์ อีกทั้งยังมีข้อบังคับให้ยืนยันตัวตนคนขับด้วยใบหน้าทุกวัน และต้องมีสายบริการลูกค้า 24 ชั่วโมง

ซูเปอร์แอป การจ่ายเงินไร้เงินสด และพื้นที่ที่ดีมานด์กระจุกตัว

การแข่งขันยิ่งเน้นเรื่อง “ระบบนิเวศ” มากกว่าการแข่งราคาเพียงอย่างเดียว Mordor Intelligence ชี้ว่า การทำแพ็กเกจข้ามบริการระหว่างเรียกรถ ส่งอาหาร และบริการการเงิน ช่วยเพิ่มการใช้งานต่อเนื่องและทำให้ความถี่ในการเรียกรถสูงขึ้น ซึ่งยิ่งทำให้แพลตฟอร์ม “เหนียวแน่น” อยู่กับผู้ใช้ ระบบการชำระเงินคือแกนกลางของความเหนียวแน่นนั้น Mordor รายงานว่าใน 2025 กระเป๋าเงินดิจิทัลครองสัดส่วน 68.32% ตามวิธีการชำระเงิน และคาดว่าจะเติบโตต่อด้วย CAGR 11.06% ถึง 2031 ขณะที่ช่องทางออนไลน์ครองสัดส่วน 91.85% ตามประเภทการจองใน 2025 และกำลังเติบโตด้วย CAGR 10.12% ต่อเนื่องถึง 2031 รายงานเดียวกันยังระบุว่า PromptPay มียอดธุรกรรม 47.42 trillion baht ใน 2023 สะท้อนว่าการใช้ระบบไร้เงินสดช่วยลดขั้นตอนการจ่ายเงินให้ผู้โดยสาร และเพิ่มความเร็วในการโอนรายได้ให้คนขับ

กรุงเทพฯ ยังเป็นสมรภูมิหลัก แต่การเติบโตกำลังกระจายออกไปผ่านแรงหนุนจากการท่องเที่ยวและการขยายตัวของแพลตฟอร์ม Mordor Intelligence ระบุว่าเขตกรุงเทพมหานครยังครองส่วนแบ่งตลาด 54.71% ใน 2025 ขณะที่ภาคเหนือของไทยกำลังเติบโตด้วย CAGR 9.86% ต่อเนื่องถึง 2031 ในด้านรูปแบบทริป รถยนต์นั่งส่วนบุคคลครองสัดส่วน 80.62% ใน 2025 แต่รถสองล้อถูกคาดการณ์ว่าจะขยายตัวด้วย CAGR 10.74% ถึง 2031 ข้อมูลการใช้งานปลายทางยังสะท้อนว่าตลาดมีทั้งการเดินทางประจำวันและการใช้งานเชิงธุรกิจที่เพิ่มขึ้น: ทริปส่วนบุคคลมีสัดส่วน 67.48% ใน 2025 ขณะที่การใช้งานเชิงพาณิชย์เติบโตด้วย CAGR 11.58% นอกจากนี้ Knowledge Sourcing ยังเสริมว่าเซกเมนต์ e-hailing ในเชียงใหม่กำลังเติบโต โดยได้รับแรงหนุนจากการท่องเที่ยวและกลุ่มนักศึกษา

อ่านเพิ่มเติม ตลาดรถกระบะในไทย: ยังลุ้นหาจุดต่ำสุดท่ามกลางสินเชื่อรถยนต์ที่เข้มงวดขึ้น

ปัจจุบันหมากกลยุทธ์เชื่อมโยงกฎระเบียบ การชำระเงิน และการเปลี่ยนผ่านของฟลีทให้เป็นแผนเดียวกัน MarkWideResearch ระบุว่า Department of Land Transport ของไทยบังคับใช้มาตรฐานการขึ้นทะเบียนคนขับและการตรวจสภาพรถ ซึ่งเป็นตัวกรองการเข้าถึงแพลตฟอร์ม ขณะที่ Bank of Thailand ดูแลความสามารถในการเชื่อมต่อกันของโมบายวอลเล็ต ซึ่งส่งผลต่อการยอมรับการชำระเงินข้ามแอป ในระดับภูมิภาค รายงานวิจัยด้านแท็กซี่ของอาเซียนจาก Mordor ระบุว่าไทยอนุญาตแอปเรียกรถที่ดำเนินการโดยแท็กซี่ใน 2024 เปิดทางให้ฟลีทดั้งเดิมปรับเข้าสู่เทคโนโลยี การแข่งขันของแพลตฟอร์มยังส่งผลต่อกลยุทธ์ยานพาหนะด้วย โดย Knowledge Sourcing รายงานว่าในเดือนพฤษภาคม 2024 Auto Drive EV ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Grab Thailand เพื่อเปิดตัว “Electric Taxi Rental Project” ช่วยให้คนขับแท็กซี่ดั้งเดิมและคนขับเรียกรถผ่านแอปสามารถเช่ารถแท็กซี่ไฟฟ้าเพื่อให้บริการแบบออนดีมานด์ผ่านแอป Grab

คาดว่าตลาดเรียกรถผ่านแอปในไทยจะเติบโตเร็วแค่ไหนจนถึงปี 2031?

Mordor Intelligence คาดว่าตลาดจะเติบโตจาก USD 2.60 billion ใน 2025 เป็น USD 4.38 billion ภายใน 2031 ด้วยอัตรา CAGR 9.08% ในช่วง 2026-2031

ในไทยมีการจองเรียกรถผ่านช่องทางออนไลน์คิดเป็นสัดส่วนเท่าไร?

Mordor Intelligence รายงานว่าช่องทางออนไลน์ครองสัดส่วนการจอง 91.85% ใน 2025 และคาดว่าจะเติบโตด้วย CAGR 10.12% ถึง 2031

ทำไมซูเปอร์แอปจึงสำคัญต่อ Thailand ride-hailing market?

Mordor Intelligence ระบุว่าการทำแพ็กเกจบริการเรียกรถร่วมกับส่งอาหารและบริการการเงิน ช่วยเพิ่มการใช้งานต่อเนื่องและความถี่ในการเรียกรถ โดยมีระบบการชำระเงินที่เชื่อมรวมเป็นแรงสนับสนุนสำคัญ

พื้นที่ใดเป็นผู้นำด้านดีมานด์ และพื้นที่ใดกำลังเติบโตสูงขึ้น?

Mordor Intelligence รายงานว่าเขตกรุงเทพมหานครมีส่วนแบ่งตลาด 54.71% ใน 2025 ขณะที่ภาคเหนือของไทยคาดว่าจะเติบโตด้วย CAGR 9.86% ถึง 2031

มีการเปลี่ยนแปลงกติกาอะไรที่กระทบแพลตฟอร์มเรียกรถผ่านแอปในไทยอย่างมีนัยสำคัญ?

Brineweb ระบุว่าภายใต้กฎ ETDA เดือนตุลาคม 2025 แพลตฟอร์มถูกมองเป็นผู้กำกับดูแลเครือข่ายคนขับและยานพาหนะอย่างจริงจัง รวมถึงต้องส่งข้อมูลแบบเรียลไทม์เข้าสู่ระบบของ DLT ต้องยืนยันใบหน้าคนขับทุกวัน และต้องมีสายบริการลูกค้า 24 ชั่วโมง

ก้าวไปข้างหน้าในประเทศไทยด้วยกลยุทธ์ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

ประเมินศักยภาพของตลาด ทดสอบสมมติฐาน และมุ่งเน้นการจัดสรรทรัพยากรไปยังโอกาสที่สามารถสร้างคุณค่าทางธุรกิจได้อย่างยั่งยืน

ติดต่อเราวันนี้
Download Whitepaper

/ ติดต่อเรา

เปลี่ยนโอกาสทางธุรกิจครั้งต่อไปในประเทศไทยให้เป็นกลยุทธ์ที่ชัดเจน

 

  • ไม่พบผลลัพธ์

เว็บไซต์นี้ได้รับการปกป้องโดย reCAPTCHA และ Google นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อกำหนดในการให้บริการ มีผลบังคับใช้