ประเทศไทยกำลังอยู่บนทางแยกด้านพลังงาน ในปี 2023 ไฟฟ้าของประเทศยังมาจากเชื้อเพลิงฟอสซิลถึง 84% โดยส่วนใหญ่เป็นก๊าซธรรมชาติ ขณะที่มีเพียง 16% ที่มาจากพลังงานหมุนเวียน ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 39% มาก การพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลนำเข้าอย่างหนัก หรือ คิดเป็นราว 50% ของพลังงานไทย ทั้งมีต้นทุนสูงและไม่ยั่งยืน จึงผลักดันให้ภาครัฐต้องพัฒนา Thailand Renewable Energy Policy
รัฐบาลกำลังเดินหน้าผลักดัน Alternative Energy Development Plan (AEDP) เพื่อรับมือกับประเด็นนี้ โดยมีเป้าหมายคือเพิ่ม สัดส่วนพลังงานหมุนเวียนเป็น 30% ของการใช้พลังงานขั้นสุดท้ายทั้งหมดภายในปี 2036 และหากดำเนินการอย่างจริงจัง ตัวเลขดังกล่าวอาจเพิ่มขึ้นเป็น มากกว่า 37% ตามการประเมินของ International Renewable Energy Agency (IRENA)
ทำไม Thailand Renewable Energy Policy จึงสำคัญ: ไม่ใช่แค่เรื่องคาร์บอน

การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดไม่ใช่แค่เพื่อลดการปล่อยก๊าซเท่านั้น หากไทยไปถึงเป้าหมายพลังงานหมุนเวียน 37% ภายในปี 2036 จะสามารถ ประหยัดเงินได้ $19 billion ต่อปี จากการลดการนำเข้าเชื้อเพลิงฟอสซิล ซึ่งเป็นเงินที่สามารถนำกลับไปลงทุนต่อยอดการพัฒนาภายในประเทศได้
ขณะเดียวกัน คาดว่าการเปลี่ยนผ่านนี้จะ สร้างงานใหม่ 40,000 ตำแหน่ง โดยส่วนใหญ่อยู่ในภาคพลังงานแสงอาทิตย์ ลม และชีวพลังงาน อีกทั้งยังให้ประโยชน์ด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมอย่างมีนัยสำคัญ—ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 140 million tons และ ประหยัดได้ $8 billion ต่อปี จากต้นทุนที่หลีกเลี่ยงได้ซึ่งเกี่ยวข้องกับมลพิษ
อ่านเพิ่มเติม: Inside The Vital Thailand Renewable Energy Expansion Plans
พลังงานชุมชน: เติมพลังให้ชนบทไทย
หนึ่งในเสาหลักของการผลักดันพลังงานหมุนเวียนของไทยคือ โครงการผลิตไฟฟ้าชุมชนแบบกระจายศูนย์ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่พึ่งพาภาคเกษตรเป็นหลัก "Bio-Circular-Green (BCG) Economy Model" ของรัฐบาลสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรนำของเสียทางการเกษตรมาแปรรูปเป็นพลังงานชีวมวล วัสดุเหลือใช้ที่นำมาใช้กันทั่วไป ได้แก่ แกลบ เศษเหลือจากปาล์มน้ำมัน และชานอ้อย
เครื่องมือของ Thailand Renewable Energy Policy: แรงจูงใจและโครงสร้างพื้นฐาน
เพื่อเร่งการยอมรับและการลงทุน นโยบายพลังงานหมุนเวียนของไทยใช้เครื่องมือหลายด้าน ได้แก่:
-
Feed-in tariffs (adders) เพื่อรับประกันราคารับซื้อที่คุ้มค่าแก่ผู้ผลิต
-
Power purchase agreements (PPAs) เพื่อทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาวให้มั่นคง
-
การสนับสนุนผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็กและรายเล็กมาก เพื่อส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าแบบกระจายศูนย์ในระดับชุมชน
มาตรการเหล่านี้ออกแบบมาเพื่อดึงดูดการลงทุนจากภาคเอกชน พร้อมยกระดับให้โครงข่ายไฟฟ้ามีความทนทานและยืดหยุ่นมากขึ้น
อ่านเพิ่มเติม: Thailand Infrastructure Investment Surge Catalyzing Economic Growth
กลยุทธ์รายสาขา: โซลาร์ ลม ชีวมวล
ร่างใหม่ของ Power Development Plan (PDP 2024) ยกระดับเป้าหมายขึ้นไปอีก โดยตั้งเป้าให้ กำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 51% มาจากพลังงานหมุนเวียนภายในปี 2037
แนวทางที่ไทยวางไว้เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายมีดังนี้:
-
Solar: +2,632 MW
-
Wind: +1,000 MW
-
Biogas and Biomass: ขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญเพื่อเสริมความมั่นคงด้านพลังงานในชนบท
เมื่อรวมกันแล้ว ปัจจุบันภาคส่วนเหล่านี้ยังมีสัดส่วน เพียง 5% ของโครงสร้างพลังงานไทย ซึ่งตามหลังผู้นำในภูมิภาคอย่างเวียดนามมาก แต่ขณะนี้ได้กลายเป็นแกนหลักของแผนไทยเพื่อมุ่งสู่ ไฟฟ้าที่สะอาดกว่า ถูกกว่า และมั่นคงกว่า
เส้นทางข้างหน้าของ Thailand Renewable Energy Policy
คาดว่า ความต้องการพลังงานของไทยจะเพิ่มขึ้น 78% ภายในปี 2036 หากรองรับการเติบโตดังกล่าวด้วยเชื้อเพลิงฟอสซิล จะยิ่งทำให้ไทยพึ่งพาการนำเข้ามากขึ้นและเพิ่มภาระต่อระบบสาธารณสุข แต่หากเลือกพลังงานหมุนเวียน ก็อาจเป็นแรงเปลี่ยนเกมที่ยกระดับประเทศได้
Thailand renewable energy policy ไม่ได้มีเป้าหมายแค่ ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ สร้าง ความมั่นคงด้านพลังงานภายในประเทศ ลดการปล่อยมลพิษที่เป็นอันตราย และแน่นอนว่าผลิตไฟฟ้า เท่านั้น หากประเทศเดินหน้าต่อเนื่องและกล้าใช้มาตรการที่เข้มข้นขึ้น สัดส่วนพลังงานหมุนเวียน 37% ไม่เพียงเป็นไปได้—แต่ทำได้จริง และด้วย เป้าหมายที่ชัดเจนของภาครัฐ ความสนใจจากนักลงทุนที่เพิ่มขึ้น และ สุขภาพของประชาชนที่อยู่บนความเสี่ยง เวลาที่ต้องลงมือทำคือวันนี้
พูดคุยกับเราเกี่ยวกับความต้องการของคุณในด้าน:
-
วิจัยตลาด
-
การวางแผนเชิงกลยุทธ์
-
กลยุทธ์เข้าสู่ตลาด
-
การควบรวมและซื้อกิจการ
-
การวิเคราะห์ห่วงโซ่คุณค่า
-
การวิเคราะห์เปรียบเทียบคู่แข่ง
-
การจัดจำหน่ายและพันธมิตรเชิงกลยุทธ์
-
การวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค