แรงส่งของระบบนิเวศ EdTech ในไทยกำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อโรงเรียนและมหาวิทยาลัยจำนวนมากเร่งนำการเรียนรู้ดิจิทัลมาใช้มากขึ้น โดยมุมมองของ IMARC ประเมินว่า Thailand edtech market จะมีมูลค่าแตะ USD 4,889.6 million ภายในปี 2034 และคาดว่าจะเติบโตด้วย CAGR 11.44% หลายแหล่งข้อมูลเชื่อมโยงการเปลี่ยนผ่านนี้กับการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตที่ครอบคลุมมากขึ้น โครงการที่ภาครัฐสนับสนุน และการที่การเรียนออนไลน์/ทางไกลกลายเป็นเรื่องปกติหลังยุคโควิด-19 ขณะเดียวกัน ความต้องการก็ขยายจากการซื้อสินค้าเดี่ยวๆ ไปสู่แพลตฟอร์มและโซลูชันที่รองรับหลายช่วงวัย ตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนถึงอุดมศึกษา เมื่อเครื่องมือดิจิทัลกลายเป็นส่วนหนึ่งของการสอนและการพัฒนาทักษะอย่างสม่ำเสมอมากขึ้น
ความต้องการจากฝั่งสถาบันยังมาจากโครงสร้างและรูปแบบการจัดสรรงบของระบบการศึกษาไทย Nexdigm ประเมินมูลค่าตลาดการศึกษาไทยไว้ที่ USD 22 billion และระบุว่าการลงทุนจากภาครัฐ รวมถึงความต้องการบริการการศึกษาคุณภาพที่เพิ่มขึ้น เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ นอกจากนี้ยังรายงานว่า งบประมาณด้านการศึกษาปีงบประมาณ 2023 อยู่ที่ประมาณ USD 5.9 billion โดยมุ่งยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและเพิ่มการเข้าถึง โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบท ขณะเดียวกัน GMI Research ชี้ว่าระบบการศึกษาไทยครอบคลุมทั้งโรงเรียนรัฐ เอกชน และนานาชาติ และมีการศึกษาภาคบังคับฟรี 9 ปี GMI ยังรายงานว่ามีสถาบันการเรียนนานาชาติทั่วประเทศ 170 แห่ง รวมถึงโรงเรียนและสถานศึกษาก่อนวัยเรียน มีนักเรียนลงทะเบียนรวมราว 66,700 คน สะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายของกลุ่มเป้าหมายที่ผู้ให้บริการการเรียนรู้ดิจิทัลสามารถเข้าไปตอบโจทย์ได้
มหาวิทยาลัยเร่ง E-Learning ขณะที่ K-12 วางรากฐานดิจิทัล
อุดมศึกษาถือเป็นช่องทางหลักของการยอมรับการเรียนรู้ดิจิทัล Ken Research ประเมินมูลค่าตลาด e-learning ในระดับอุดมศึกษาในไทยไว้ที่ประมาณ USD 1.2 billion และเชื่อมโยงการเติบโตกับการนำแพลตฟอร์มดิจิทัลมาใช้มากขึ้น อัตราการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตที่สูงขึ้น และความต้องการการเรียนที่ยืดหยุ่นของทั้งนักศึกษาและคนทำงาน นอกจากนี้ยังระบุว่ามหาวิทยาลัยเป็นกลุ่มผู้ใช้ปลายทางที่นำไปใช้มากที่สุด รองลงมาคือวิทยาลัย สถาบันอาชีวศึกษา หน่วยงานฝึกอบรมในองค์กร และหน่วยงานการศึกษาภาครัฐ โครงการของภาครัฐก็มีบทบาทเช่นกัน โดย Ken Research อ้างถึงโครงการ “Smart Learning” ที่มุ่งผสานเทคโนโลยีเข้ากับห้องเรียนและส่งเสริม e-learning เพื่อทำให้อุดมศึกษาเข้าถึงได้ง่ายและมีค่าใช้จ่ายที่จับต้องได้มากขึ้นทั่วประเทศ
ในระดับ K-12 และการเรียนรู้ปฐมวัย การเปลี่ยนผ่านไม่ได้หมายถึงแค่ย้ายห้องเรียนไปอยู่บนออนไลน์เท่านั้น แต่ยังเป็นเรื่องของการยกระดับการมีส่วนร่วมและผลลัพธ์การเรียนรู้ด้วยเครื่องมือใหม่ๆ IMARC ชี้ไปที่เครื่องมือการเรียนรู้ที่ขับเคลื่อนด้วย AI และเทคนิค gamification ว่าเป็นวิธีที่ช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วมและการจดจำของผู้เรียน และระบุว่ากลุ่มปฐมวัย K-12 และอุดมศึกษาเป็นเซกเมนต์สำคัญของการนำเทคโนโลยีไปใช้ GMI Research เสริมว่า การเรียนแบบออฟไลน์ยังครองสัดส่วนใหญ่ที่สุดในตลาดการศึกษาไทย แต่แพลตฟอร์มการเรียนออนไลน์เติบโตอย่างแข็งแกร่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จากการเปลี่ยนแปลงของการศึกษาอย่างรวดเร็วและแนวโน้มดิจิทัลไลซ์ที่ชัดเจนขึ้น ในทางปฏิบัติ จึงเกิดสภาพแวดล้อมแบบผสมผสาน (blended) ที่สถาบันต่างๆ มองหาโซลูชันซึ่งทำงานร่วมกับการสอนแบบเดิมได้ มากกว่าจะเข้ามาแทนที่ทั้งหมดในทันที
สัญญาณจากฝั่งอุปสงค์หลายประการบ่งชี้ว่าเฟสถัดไปจะเน้นการเชื่อมโยงเนื้อหาการเรียนให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานมากขึ้น Nexdigm กล่าวถึงนโยบาย “Education 4.0” ที่ออกแบบมาเพื่อทำให้การศึกษาสอดรับกับความต้องการกำลังคนในศตวรรษที่ 21 รวมถึงการจัดงบประมาณเพื่ออัปเดตเทคโนโลยีและอบรมครู GMI Research ระบุว่า Thailand 4.0 เป็นโมเดลเศรษฐกิจที่มุ่งสู่ความทันสมัยและการทรานส์ฟอร์มดิจิทัล และยังเน้นการสนับสนุนทุนการศึกษาที่เชื่อมโยงกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยกระทรวงการอุดมศึกษาและ IPST มอบทุน 472 ทุนจาก 615 ทุน สำหรับการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนดูแลทุนการศึกษาที่สนับสนุนค่าใช้จ่ายเต็มจำนวนตั้งแต่ระดับมัธยมปลายจนถึงปริญญาเอก ส่วนฝั่งอุปทาน IMARC รายงานว่า บริษัท EdTech กำลังจับมือเป็นพันธมิตรกับภาคส่วนเฉพาะทาง รวมถึงอุตสาหกรรม EV เพื่อพัฒนาโปรแกรมการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรม
แนวโน้มขนาดตลาดและการเติบโตของตลาด EdTech ไทยเป็นอย่างไร?
ตลาด e-learning ในระดับอุดมศึกษาของไทยมีขนาดเท่าไร?
มีการอ้างถึงงบประมาณภาครัฐใดที่สนับสนุนการยกระดับการศึกษาให้ทันสมัยในไทย?
กลุ่มโรงเรียนนานาชาติมีความสำคัญเพียงใดในภาพรวมการศึกษาไทย?
เทคโนโลยีใดถูกยกให้ช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ดิจิทัลของไทย?
พูดคุยกับเราเกี่ยวกับความต้องการของคุณในด้าน:
-
วิจัยตลาดในประเทศไทย
-
การวางแผนเชิงกลยุทธ์ในประเทศไทย
-
กลยุทธ์การเข้าสู่ตลาดในประเทศไทย
-
การควบรวมและซื้อกิจการ (M&A) ในประเทศไทย
-
การวิเคราะห์ห่วงโซ่คุณค่าในประเทศไทย
-
การเปรียบเทียบศักยภาพการแข่งขันในประเทศไทย
-
การจัดจำหน่ายและพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ในประเทศไทย
-
การวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคในประเทศไทย