ประเทศไทยกำลังอยู่ท่ามกลางกระแสการเติบโตที่ทรงพลัง โดยแรงขับสำคัญของโมเมนตัมนี้คือ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในไทยที่พุ่งทำสถิติใหม่ ซึ่งเป็นสัญญาณของการก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของการเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจ เพียง 9 เดือนแรกของปี 2024 การลงทุนจากต่างประเทศพุ่งขึ้น 42% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แตะ 722.5 พันล้านบาท ($21.6 billion) ขณะเดียวกัน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) อนุมัติ 2,195 โครงการ เพิ่มขึ้น 46% จากปีก่อน
กระแสเงินลงทุนนี้ต่อยอดจากความมุ่งมั่นของรัฐบาลตลอดทศวรรษที่ผ่านมา ซึ่งได้อัดฉีดงบแล้ว เกือบ THB 4,000 billion (approx. $115 billion) ให้กับโครงการโครงสร้างพื้นฐาน โครงการเหล่านี้ไม่ได้ยกระดับระบบคมนาคมและโลจิสติกส์เท่านั้น แต่ยัง ช่วยหนุนการเติบโตของ GDP ระยะยาว และทำให้ประเทศไทยยืนในตำแหน่งผู้เล่นระดับภูมิภาคที่แข่งขันได้มากขึ้น
ผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในไทยที่พุ่งสูง
ผลลัพธ์ของการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานเริ่มเห็นได้ชัด โดยเฉพาะโครงการสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ที่วางแผนไว้ในปี 2022 เพียงปีเดียว มีมูลค่ารวม 1.4 trillion baht ($45.16 billion) และคาดว่าจะสร้าง 154,000 ตำแหน่งงาน ในแต่ละปี การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานช่วยเพิ่ม GDP ราว 400 billion baht คิดเป็นประมาณ 2.35% ของผลผลิตทางเศรษฐกิจรวมของประเทศไทย
อุตสาหกรรมก่อสร้าง ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการเติบโตครั้งนี้ คาดว่าจะขยายตัว 4.6% ในปี 2024 และมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องเฉลี่ย 3.2% ต่อปีไปจนถึง 2033 การเติบโตอย่างสม่ำเสมอนี้ได้รับแรงหนุนทั้งจากงบภาครัฐและ การมีส่วนร่วมจากภาคเอกชนที่แข็งแกร่ง
อ่านเพิ่มเติม: การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในไทยและภาพรวมอุตสาหกรรมก่อสร้าง
โครงการพลิกโฉมอย่าง EEC
หนึ่งในโครงการที่ทะเยอทะยานที่สุดของไทยคือ Eastern Economic Corridor (EEC) โดยเมกะโปรเจกต์นี้เพียงโครงการเดียวมีสัดส่วนการลงทุนมากกว่า THB 600 billion ครอบคลุมทั้งรถไฟความเร็วสูง การขยายสนามบิน และศูนย์กลางโลจิสติกส์แห่งใหม่ EEC ถูกออกแบบเพื่อยกระดับจังหวัดภาคตะวันออกให้เป็น เขตเศรษฐกิจชั้นนำ เพิ่มการเชื่อมต่อและดึงดูดนักลงทุนทั่วโลก
ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPPs) เป็นแกนหลักของความสำเร็จเหล่านี้ ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา PPPs ช่วยผลักดันการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานรวมราว USD 28 billion ทำให้ประเทศสามารถ อุดช่องว่างด้านเงินทุน และเร่งให้โครงการพลิกโฉมเกิดขึ้นได้เร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ปิดช่องว่างอนาคตด้วยการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในไทยที่พุ่งสูง
แม้จะมีความคืบหน้าอย่างมาก แต่ความท้าทายยังคงอยู่ หากแนวโน้มการลงทุนไม่เร่งตัวขึ้น ไทยอาจเผชิญ ช่องว่างการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานสูงถึง USD 100 billion ภายในปี 2040 การแก้ปัญหาขาดแคลนนี้เป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาโมเมนตัม และทำให้โครงสร้างพื้นฐานเติบโตทันกับการขยายตัวของเศรษฐกิจและประชากร

อย่างไรก็ดี ฐานรากถือว่าแข็งแรง ด้วยแรงสนับสนุนจากภาครัฐ การลงทุนจากต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น และความต้องการจากหลายภาคส่วนที่สูงขึ้น ไทยจึงอยู่ในจุดที่พร้อม ปิดช่องว่างด้วยนวัตกรรมและความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง
โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล: แนวรบถัดไป
แม้โครงการโครงสร้างพื้นฐานด้านกายภาพของไทยจะเป็นประเด็นหลักในหน้าข่าว แต่ประเทศก็เดินหน้าลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เพื่อทำให้เศรษฐกิจพร้อมรับอนาคต รัฐบาลจัดสรรงบ THB 15 billion ($480 million) สำหรับการขยายเครือข่าย 5G และการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ พร้อมแผนติดตั้ง 350,000 new fiber-optic lines ภายในปี 2025
อ่านเพิ่มเติม: นวัตกรรมการก่อสร้างดิจิทัลของไทยช่วยเร่งการเติบโต
พัฒนาการสำคัญ:
- โครงการ "Smart City" ของกรุงเทพฯ ที่มีการบริหารจัดการจราจรด้วย AI และสาธารณูปโภคที่เชื่อมต่อผ่าน IoT ตั้งเป้าลดความแออัดในเมืองลง 20% ภายในปี 2026
- นิคมอุตสาหกรรม 5G ในพื้นที่ EEC กำลังดึงดูดยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีอย่าง Microsoft and Huawei ให้เข้ามาลงทุนในคลาวด์คอมพิวติ้งและศูนย์ระบบอัตโนมัติ
การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในไทยที่พุ่งสูง: อนาคตที่สร้างด้วยการลงทุน
การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในไทยที่พุ่งสูง ไม่ได้เป็นเพียงแรงกระตุ้นระยะสั้น แต่คือยุทธศาสตร์ระยะยาวเพื่อยกระดับสถานะทางเศรษฐกิจของประเทศ เมื่อมีการทุ่มงบหลายพันล้าน มีการสร้างงานจำนวนมาก และมีโครงการสำคัญอย่าง EEC เป็นหัวหอก ประเทศกำลังเดินหน้าปั้นอนาคตที่เชื่อมโยงถึงกัน แข่งขันได้ และยืดหยุ่นต่อความเปลี่ยนแปลงมากขึ้น เมื่ออุตสาหกรรมก่อสร้างขยายตัวและโอกาสใหม่ๆ เกิดขึ้น โครงสร้างพื้นฐานจะยังคงเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตของไทย โดยขับเคลื่อนไปทีละการลงทุน