อุตสาหกรรมเครื่องดื่มชูกำลังไทยมาแรง: แบรนด์ท้องถิ่นบุกตลาดโลก
/ ข้อมูลเชิงลึก / บทความ / อุตสาหกรรมเครื่องดื่มชูกำลังไทยมาแรง: แบรนด์ท้องถิ่นบุกตลาดโลก

อุตสาหกรรมเครื่องดื่มชูกำลังไทยมาแรง: แบรนด์ท้องถิ่นบุกตลาดโลก

เผยแพร่เมื่อ: 23 ส.ค. 2026 | ผู้เขียน: Marketing & Communications

ผู้ผลิตเครื่องดื่มชูกำลังไทยกำลังเร่งรุกตลาดโลกมากขึ้น ท่ามกลางความต้องการเครื่องดื่มฟังก์ชันที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ในระดับโลก ตลาดเครื่องดื่มชูกำลังมีมูลค่า USD 84.03 billion ในปี 2025 และคาดว่าจะอยู่ที่ USD 90.33 billion ในปี 2026 โดยมีประมาณการว่าจะไปแตะ USD 161.10 billion ภายในปี 2034 ด้วยอัตราเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) 7.5% ในช่วง 2026 ถึง 2034 ภาพรวมนี้สำคัญต่อแบรนด์ที่ตั้งฐานในไทยซึ่งต้องการขยายสเกล และยังช่วยอธิบายว่าทำไม “การกระจายสินค้า” และ “การสร้างแบรนด์” จึงกลายเป็นเรื่องสำคัญพอ ๆ กับการพัฒนาสูตร โดยเฉพาะเมื่อเครื่องดื่มชูกำลังขยายตัวไปตามร้านสะดวกซื้อ ซูเปอร์มาร์เก็ต และช่องทางออนไลน์

ในประเทศเอง แรงส่งของตลาดเครื่องดื่มเริ่มกลับมาหลังชะลอตัวช่วงโควิด ตลาดเครื่องดื่มของไทยมีมูลค่าประเมินที่ US$4.4 billion ในปี 2022 และคาดว่าจะเพิ่มเป็น US$6.74 billion ภายในปี 2025 ฐานผู้บริโภคยังมีสัดส่วนคนรุ่นใหม่สูง โดย 42% ของประชากรมีอายุต่ำกว่า 35 ปี ซึ่งเอื้อต่อการทดลองรูปแบบเครื่องดื่มและการวางโพสิชันใหม่ ๆ อย่างไรก็ตาม สินค้าบางกลุ่มที่เคยขายดีกลับเติบโตช้าลง โดยสรุปรวมซัพพลายเออร์รายหนึ่งของไทยเชื่อมโยงประเด็นนี้กับกำลังซื้อที่อ่อนลงในกลุ่มรายได้น้อย อีกทั้งยังระบุว่า “คลื่นความร้อนทำสถิติ” ในปี 2023 ทำให้ผู้บริโภคไทยหันไปเลือกเครื่องดื่มฟังก์ชันที่เน้นการเติมน้ำมากขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณว่าข้ออ้างสรรพคุณของสินค้าอาจต้องปรับตามทิศทางนี้

แผนรุกตลาดโลก: เงินทุน ช่องทางขาย และสัญญาณด้านสุขภาพ

เส้นทางที่เห็นได้ชัดคือการลงทุนโดยตรงและการสร้างฐานการผลิต/ปฏิบัติการในประเทศเป้าหมาย รายงานภาพรวมซัพพลายเออร์ของไทยระบุว่า TCP Group ลงทุนมากกว่า 4.3 billion yuan ในจีน ทั้งโรงงานและสำนักงานใหญ่ระดับภูมิภาค สะท้อนความตั้งใจที่จะเข้าไปแข่งขันในตลาดที่มีปริมาณการบริโภคสูง อีกแนวทางคือการส่งออกควบคู่กับความยืดหยุ่นด้านการผลิต โดยแหล่งข้อมูลเดียวกันชี้ให้เห็นว่า Chaiyo โฟกัสตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยโซลูชันเครื่องดื่มชูกำลังแบบ OEM และแบบพร้อมติดแบรนด์ (ready-to-brand) เมื่อดูร่วมกัน จะเห็นว่าผู้ผลิตไทยสามารถขยายสู่ระดับสากลได้ทั้งการพาแบรนด์ของตนเองออกไปต่างประเทศ หรือการเป็นผู้ผลิตให้ผู้ซื้อทั่วโลกที่ต้องการออกสู่ชั้นวางอย่างรวดเร็ว

รูปแบบการบริโภคในเอเชียแปซิฟิกยังเอื้อต่อสินค้าประเภท “หยิบแล้วไป” ที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์เมือง รายงานระดับภูมิภาคระบุว่าในปี 2024 ประชากรกว่า 65% ของจีนอาศัยอยู่ในเขตเมือง และอธิบายว่าบรรจุภัณฑ์แบบเสิร์ฟเดี่ยว (single-serve) มีโอกาสชนะในจังหวะการซื้อแบบฉับพลัน รายงานเดียวกันยกตัวอย่างการกระจายในจีน: Eastroc วางกระป๋อง 250 ml ในร้านสะดวกซื้อและคีออสก์ 3.6 million แห่ง อีกทั้งยังชี้ว่ากลยุทธ์ราคาคุ้มค่าช่วยดันปริมาณขายได้ โดยยกกรณี Sting ของ PepsiCo ที่ราคา INR 20 (USD 0.24) สำหรับกระป๋อง 250 ml และรายงานว่าขายได้ 110 million เคสในปี 2023 สำหรับแบรนด์ไทยที่กำลังขยายต่างประเทศ ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าราคา ขนาดบรรจุ และการวางขายในจุดที่เน้นความสะดวก สามารถกำหนดรูปเกมการแข่งขันได้

อ่านเพิ่มเติม ตลาดร้านสะดวกซื้อในไทยรุกลึกสู่ต่างจังหวัด เมื่อผู้ประกอบการเร่งแข่งกันโต

การวางโพสิชันด้านสุขภาพและกรอบกำกับดูแลเป็นอีกคันโยกสำคัญต่อความพร้อมในการส่งออก ในไทย บทวิเคราะห์เทรนด์เครื่องดื่มชี้ว่าเครื่องดื่มน้ำตาลต่ำ/ไม่มีน้ำตาล และเครื่องดื่มฟังก์ชัน เป็นโอกาสใหม่ที่กำลังมา นอกจากนี้ยังระบุว่าแบรนด์และฉลากโซดาแคลอรีต่ำมีสัดส่วนต่ำกว่า 10% ของตลาดน้ำอัดลมไทย แต่ยอดขายเติบโตด้วย CAGR 20% ในช่วง 2020–22 ในยุโรป รายงานคาดการณ์ตลาดเครื่องดื่มชูกำลังระบุว่ากฎระเบียบที่เข้มขึ้นกำลังกดดันให้ตลาดเปลี่ยนผ่านไปสู่สูตรไร้น้ำตาลอย่างรวดเร็ว พร้อมรายงานอีกว่าอีคอมเมิร์ซช่วยให้แบรนด์เฉพาะกลุ่มข้ามข้อจำกัดเรื่องพื้นที่ชั้นวางในช่องทางดั้งเดิม ส่งผลให้การเจาะตลาดของผู้เล่นหน้าใหม่เพิ่มขึ้นกว่า 25% สำหรับอุตสาหกรรมเครื่องดื่มชูกำลังไทย การเติบโตในระดับโลกจะขึ้นอยู่กับการตอบรับสัญญาณด้านสุขภาพเหล่านี้ให้ทัน พร้อมสร้างระบบกระจายสินค้าที่ทำงานได้ทั้งออฟไลน์และออนไลน์

แนวโน้มตลาดเครื่องดื่มชูกำลังโลกที่แบรนด์ไทยกำลังมุ่งเป้าคืออะไร?

ตลาดเครื่องดื่มชูกำลังโลกมีมูลค่า USD 84.03 billion ในปี 2025 คาดว่าจะอยู่ที่ USD 90.33 billion ในปี 2026 และคาดการณ์ว่าจะไปถึง USD 161.10 billion ภายในปี 2034 โดยมี CAGR 7.5% ในช่วง 2026 ถึง 2034

มีตัวอย่างจากไทยอะไรที่สะท้อนการรุกตลาดต่างประเทศอย่างเป็นรูปธรรม?

รายงานภาพรวมซัพพลายเออร์ของไทยระบุว่า TCP Group ลงทุนมากกว่า 4.3 billion yuan ในจีน เพื่อสร้างโรงงานและสำนักงานใหญ่ระดับภูมิภาค

ช่องทางและกลยุทธ์ใดช่วยให้แบรนด์เครื่องดื่มชูกำลังหน้าใหม่มีพื้นที่บนชั้นวางในระดับโลกได้?

รายงานคาดการณ์ฉบับหนึ่งระบุว่าอีคอมเมิร์ซช่วยให้แบรนด์เฉพาะกลุ่มข้ามอุปสรรคการวางขายในค้าปลีกแบบดั้งเดิม และทำให้อัตราการเจาะตลาดของผู้เล่นหน้าใหม่เพิ่มขึ้นกว่า 25%

เทรนด์น้ำตาลต่ำและเครื่องดื่มฟังก์ชันเชื่อมโยงกับทิศทางตลาดเครื่องดื่มไทยอย่างไร?

บทวิเคราะห์เทรนด์เครื่องดื่มของไทยระบุว่าเครื่องดื่มน้ำตาลต่ำ/ไม่มีน้ำตาล และเครื่องดื่มฟังก์ชันเป็นโอกาสใหม่ที่กำลังเกิดขึ้น และรายงานว่ายอดขายโซดาแคลอรีต่ำเติบโตด้วย CAGR 20% ในช่วง 2020–22 แม้จะมีสัดส่วนต่ำกว่า 10% ของตลาดน้ำอัดลมไทย

ปัจจัยใดกำลังกำหนดกลยุทธ์การเติบโตในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มชูกำลังไทย?

ส่วนผสมของกลยุทธ์ที่บทความกล่าวถึง ได้แก่ การลงทุนในต่างประเทศ ทางเลือกการส่งออกและ OEM การปรับตัวตามอุปสงค์และกฎระเบียบที่ขับเคลื่อนด้วยสุขภาพ และการใช้ทั้งช่องทางค้าปลีกออฟไลน์และเส้นทางอีคอมเมิร์ซ

ก้าวไปข้างหน้าในประเทศไทยด้วยกลยุทธ์ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

ประเมินศักยภาพของตลาด ทดสอบสมมติฐาน และมุ่งเน้นการจัดสรรทรัพยากรไปยังโอกาสที่สามารถสร้างคุณค่าทางธุรกิจได้อย่างยั่งยืน

ติดต่อเราวันนี้
Download Whitepaper

/ ติดต่อเรา

เปลี่ยนโอกาสทางธุรกิจครั้งต่อไปในประเทศไทยให้เป็นกลยุทธ์ที่ชัดเจน

 

  • ไม่พบผลลัพธ์

เว็บไซต์นี้ได้รับการปกป้องโดย reCAPTCHA และ Google นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อกำหนดในการให้บริการ มีผลบังคับใช้