ภูมิทัศน์ค้าปลีกของไทยกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ในปี 2024 มีชาวไทย 16.3 million คนช้อปออนไลน์ เพิ่มขึ้น 7.5% จากปีก่อนหน้า ยอดใช้จ่ายรวมแตะ $19.3 billion เติบโต 13.9% year-on-year การขยายตัวอย่างก้าวกระโดดนี้สะท้อนว่าอีคอมเมิร์ซกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันไปแล้ว และแรงขับเคลื่อนสำคัญของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้คือ Shoppertainment Thailand ที่ผสานความบันเทิงเข้ากับอีคอมเมิร์ซจนกลายเป็นเทรนด์ทรงพลัง
การเติบโตของ Shoppertainment Thailand ในฐานะเครื่องยนต์ค้าปลีก
Shoppertainment คือการผสมผสานวิดีโอไลฟ์ การมีส่วนร่วมของอินฟลูเอนเซอร์ โปรโมชันทันที และเดโมสินค้าแบบอินเทอร์แอคทีฟ แพลตฟอร์มอย่าง Facebook Live, Instagram Live, and TikTok Shop ทำให้ไลฟ์คอมเมิร์ซกลายเป็นปรากฏการณ์ระดับประเทศ หลายแบรนด์ในวันนี้พึ่งพาการไลฟ์เพื่อเร่งยอดขายในช่วงแคมเปญใหญ่ ๆ โดยผู้ขายบางรายเห็นยอดคำสั่งซื้อพุ่งขึ้น 5-10x

เหตุผลที่คนชอบนั้นเรียบง่าย ไลฟ์ให้ความรู้สึกเป็นกันเอง ผู้ซื้อถามได้ทันที ดูเดโมแบบเรียลไทม์ และกดรับดีลไว ๆ ได้ ทำให้การซื้อของง่ายขึ้น สนุกขึ้น และมีความเป็นโซเชียลมากขึ้น ด้วยเหตุนี้ ไม่นานมานี้คาดว่าไลฟ์คอมเมิร์ซในไทยจะมีมูลค่าสูงถึง USD 1.97 billion in 2025 และเติบโตเป็น USD 6.75 billion by 2031 คิดเป็น 22.8% CAGR ที่แข็งแกร่งมาก ตอกย้ำว่าไลฟ์คอมเมิร์ซกำลังก้าวขึ้นมาเป็นแกนหลักของภาคค้าปลีก
Shoppertainment กลายเป็นพฤติกรรมช้อปปิ้งกระแสหลัก
ปัจจุบันตลาดอีคอมเมิร์ซของไทยคิดเป็น ประมาณหนึ่งในสี่ของการใช้จ่ายค้าปลีกทั้งหมด การเปลี่ยนผ่านนี้ขับเคลื่อนโดยการใช้งานมือถือ แพลตฟอร์มโซเชียล และเทคโนโลยีใหม่อย่าง AI และ AR ที่ยกระดับประสบการณ์ลูกค้า มากกว่าครึ่งของยอดขายบนแพลตฟอร์มไลฟ์คอมเมิร์ซในตอนนี้มาจาก mega-sale campaigns สะท้อนชัดว่าผู้บริโภคชื่นชอบการผสมกันระหว่างคอนเทนต์สนุก ๆ กับดีลเฉพาะที่หาไม่ได้ทั่วไป
นี่คือเหตุผลที่ Shoppertainment Thailand ถูกมองว่าเป็นเทรนด์ใหญ่ของปี 2025 เพราะมันไม่ใช่รูปแบบเฉพาะกลุ่มอีกต่อไป แต่กำลังกำหนดพฤติกรรมผู้บริโภคกระแสหลัก และนิยามใหม่ว่าบรรดาแบรนด์จะวางแผนโปรโมชัน เปิดตัวสินค้า และสร้างคอมมูนิตี้อย่างไร
การเดินทางแบบยกเว้นวีซ่าหนุนการใช้จ่ายในค้าปลีกและท่องเที่ยว
การเติบโตของค้าปลีกไทยไม่ได้เกิดขึ้นแค่ออนไลน์เท่านั้น นโยบายยกเว้นวีซ่า และการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวอย่างแข็งแรง ได้สร้างเครื่องยนต์การเติบโตลูกที่สองขึ้นมา ภาคท่องเที่ยว โดยเฉพาะ duty-free retail เติบโตแรงด้วย 24.3% CAGR from 2020 to 2025 ส่งผลให้การใช้จ่ายในศูนย์การค้าระดับลักชัวรีและร้านค้าในสนามบินเพิ่มสูงขึ้น
Thailand travel retail market ที่มีมูลค่า $154.48 million in 2025 คาดว่าจะขยายตัวที่ 6.75% CAGR until 2033 นักท่องเที่ยวใช้จ่ายมากขึ้นกับผลิตภัณฑ์ความงามระดับพรีเมียม แฟชั่น ของขวัญ และสินค้าพิเศษที่หาไม่ได้ในประเทศของตน
Read Also: การเติบโตของอีคอมเมิร์ซไทยชี้เส้นทางสู่ตลาดระดับ trillion-dollar
การท่องเที่ยวและ Shoppertainment Thailand ช่วยเสริมแรงซึ่งกันและกันอย่างไร
นักท่องเที่ยวยังกลายเป็นกลุ่มเป้าหมายของไลฟ์คอมเมิร์ซด้วยเช่นกัน ปัจจุบันแบรนด์ต่าง ๆ ใช้ Shoppertainment เพื่อเข้าถึงผู้มาเยือนก่อนเดินทาง ระหว่างทริป และแม้กระทั่งหลังกลับประเทศแล้ว สิ่งนี้สร้างวงจรที่การมีส่วนร่วมทางดิจิทัลไปหนุนค้าปลีกหน้าร้าน และค้าปลีกหน้าร้านก็ดึงผู้ติดตามออนไลน์หน้าใหม่กลับมาอีกที นโยบายยกเว้นวีซ่ายิ่งทำให้วงจรนี้แข็งแรงขึ้น เพราะเพิ่มปริมาณผู้เดินทางเข้าประเทศ
Read Also: เจาะลึกโครงการชำระเงิน Thailand TouristDigiPay ที่จุดประกายความหวัง
ทำไมปี 2025 จึงเป็นจุดเปลี่ยนของ Shoppertainment Thailand
ปี 2025 กำลังก่อตัวเป็นหมุดหมายสำคัญ เพราะภาคค้าปลีกไทยถูกปรับรูปด้วยสองเทรนด์ทรงพลัง ได้แก่:
- การเติบโตแบบก้าวกระโดดของไลฟ์สตรีมมิ่งคอมเมิร์ซ
- การท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นจากการยกเว้นวีซ่า
ผู้บริโภคกำลังหันไปสู่การช้อปปิ้งแบบอินเทอร์แอคทีฟมากขึ้น ผู้ค้าปลีกลงทุนกับอีเวนต์ไลฟ์ อินฟลูเอนเซอร์ และเครื่องมือไฮเทคมากขึ้น ขณะเดียวกัน ห้างสรรพสินค้าและร้านดิวตี้ฟรีก็ได้อานิสงส์จากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้น เมื่อรวมกันแล้ว ปัจจัยเหล่านี้กำลังสร้างสภาพแวดล้อมค้าปลีกที่มีความเคลื่อนไหวมากขึ้น ดิจิทัลมากขึ้น และเชื่อมกับตลาดโลกมากขึ้น
ก้าวต่อไปด้วยกลยุทธ์และความเชี่ยวชาญ
อนาคตของ Shoppertainment Thailand จะขึ้นอยู่กับว่าธุรกิจปรับตัวได้ดีเพียงใดต่อพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป เทคโนโลยีใหม่ ๆ และการเติบโตต่อเนื่องของการใช้จ่ายจากการเดินทาง หากต้องการสำรวจว่าองค์กรของคุณจะเดินเกมในตลาดค้าปลีกไทยที่เปลี่ยนเร็วได้อย่างไร ติดต่อ Market Research Thailand บริษัทที่ปรึกษาระดับโลกซึ่งเชี่ยวชาญด้านดิจิทัลคอมเมิร์ซ การท่องเที่ยว และกลยุทธ์ตลาด