ภาคอาหารสัตว์เลี้ยงของไทยถูกเจ้าหน้าที่รัฐและผู้นำอุตสาหกรรมมองว่าเป็น “เครื่องยนต์ส่งออก” ที่เติบโตเร็ว และมีหมุดหมายชัดเจนอยู่ตรงหน้า ไทยถูกระบุว่าเป็นผู้ส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงรายใหญ่อันดับ 2 ของโลก รองจากเยอรมนี และทั้งรายงานในประเทศและสื่อระดับภูมิภาคคาดการณ์ว่ายอดส่งออกจะไปถึง US$5 billion ภายในปี 2030 ในระยะใกล้ หนึ่งประมาณการที่สื่อไทยอ้างอิงระบุว่า ปีนี้การส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงจะอยู่ที่ US$3.1 billion ซึ่งอธิบายว่าเป็นการพุ่งขึ้น 50% เมื่อเทียบกับการเติบโต 28% ของปีก่อน อย่างไรก็ตาม โมเมนตัมด้านส่งออกก็ไม่ได้ไร้ความเสี่ยง โดยรายงานเดียวกันระบุว่ามีการระงับการขนส่งไปสหรัฐอเมริกาเป็นเวลา 2 เดือน ซึ่งถูกระบุว่าเป็นตลาดใหญ่ที่สุดของไทย
แรงหนุนจากอุปสงค์ในประเทศก็ช่วยเสริมมุมมองเชิงบวกเช่นกัน ข้อมูลภาครัฐที่เผยแพร่ในงาน Pet Fair Southeast Asia 2025 ประเมินมูลค่าอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงไทยโดยรวมไว้ที่ 92 billion baht ในปี 2025 เพิ่มขึ้น 13% จากปีก่อน และคาดว่าจะทะลุ 100 billion baht ภายในปี 2026 ภายในภาพรวมนี้ เฉพาะเซกเมนต์อาหารสัตว์เลี้ยงคาดว่าจะมีมูลค่าตลาดในประเทศ 46 billion baht ในปี 2025 เติบโต 12% เมื่อเทียบรายปี โดยมีปริมาณขายรวมราว 400,000 tonnes นอกจากนี้ เจ้าของสัตว์เลี้ยงไทยยังมีการใช้จ่ายเฉลี่ยราว 50,500 baht ต่อสัตว์เลี้ยงต่อปี เพิ่มขึ้น 23% จากปีก่อน ซึ่งมักถูกเชื่อมโยงกับเทรนด์ “pet humanisation” ที่ผู้เล่นในอุตสาหกรรมอ้างถึงอย่างต่อเนื่อง
อะไรคือแรงขับเคลื่อนการเติบโต—and อะไรอาจเป็นตัวฉุด
หากมองผ่านตัวเลขส่งออกอย่างเป็นทางการ ผลงานด้านการค้าในต่างประเทศถือว่าสูงอยู่แล้ว รายงานของ USDA ระบุว่าในปี 2024 ไทยส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงสำหรับสุนัขและแมวคิดเป็นมูลค่า US$2.7 billion ทำให้อยู่ในอันดับ 2 ของโลก รองจากเยอรมนีที่ US$3.3 billion (12.3% market share) และเหนือกว่าสหรัฐอเมริกาที่ US$2.5 billion (9.4% market share) ขณะเดียวกัน แรงกดดันด้านการแข่งขันก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยรายงานข่าวไทยระบุว่าตลาดมี 317 brands รวมถึงผู้เล่นหน้าใหม่ 36 รายในปี 2024 และยังชี้ว่าการนำเข้า—โดยเฉพาะจากจีน—เติบโตที่อัตราเฉลี่ยทบต้น 17% ต่อปีในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และปัจจุบันคิดเป็น 40% ของการนำเข้าทั้งหมด ส่งผลให้การแข่งขันด้านราคา นวัตกรรม และการแย่งพื้นที่วางขายยิ่งทวีความเข้มข้น
งานวิจัยจากภาคเอกชนยังชี้ให้เห็นด้วยว่าโครงสร้างตลาดในประเทศของไทยกำลังเปลี่ยนไปอย่างไร Mordor Intelligence ประเมินตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงไทยไว้ที่ USD 2.25 billion ในปี 2025 และ USD 2.46 billion ในปี 2026 พร้อมคาดว่าจะเพิ่มเป็น USD 3.89 billion ภายในปี 2031 สะท้อนอัตราเติบโตเฉลี่ยทบต้น (CAGR) 9.53% ในช่วงปี 2026–2031 ในการแจกแจงข้อมูล “food” ครองสัดส่วนรายได้ 72.10% ในปี 2025 ขณะที่อาหารสัตว์เลี้ยงกลุ่มสูตรเฉพาะทางด้านสัตวแพทย์ (pet veterinary diets) ถูกคาดว่าจะขยายตัวที่ CAGR 11.55% จนถึงปี 2031 ด้านประเภทสัตว์เลี้ยง สุนัขนำตลาดด้วยสัดส่วน 64.85% ในปี 2025 และช่องทางซูเปอร์มาร์เก็ตกับไฮเปอร์มาร์เก็ตครองสัดส่วนการกระจายสินค้า 38.10% ในปี 2025 ส่วนช่องทางออนไลน์ถูกคาดว่าจะเติบโตที่ CAGR 11.12% ถึงปี 2031 สะท้อนบทบาทของอีคอมเมิร์ซต่อพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภค
สำหรับความทะเยอทะยานด้านการส่งออกของไทย นโยบายและมาตรฐานต่าง ๆ กำลังถูกวางให้เป็นตัวเอื้อสำคัญ เจ้าหน้าที่ไทยอธิบายว่าอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่มูลค่าที่กว้างขึ้น ครอบคลุมเกษตรกรรม การแปรรูปอาหาร เทคโนโลยีการผลิต และบริการด้านสุขภาพสัตว์ มาตรการสนับสนุนจากรัฐที่มีการรายงานรวมถึงการยกระดับมาตรฐานการผลิตและการรับรองคุณภาพ ตลอดจนการผลักดันโปรตีนทางเลือก เช่น ส่วนผสมจากแมลง และการให้น้ำหนักมากขึ้นกับความยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็นการผลิตที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและการใช้วัตถุดิบที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ ตลาดส่งออกที่รายงานข่าวไทยระบุ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และอิตาลี พร้อมโอกาสใหม่ ๆ ในสหราชอาณาจักรและนิวซีแลนด์ ถือเป็นแผนที่ตลาดที่ให้สัญญาณเชิงบวก แม้แรงกดดันด้านภูมิรัฐศาสตร์และความตึงเครียดทางการค้ายังคงเป็นฉากหลังของอุตสาหกรรม
ผู้ผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงไทยตั้งเป้าหมุดหมายด้านการส่งออกอะไรภายในปี 2030?
ปี 2024 ไทยส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงมากแค่ไหน?
ตัวชี้วัดล่าสุดในประเทศสะท้อนอะไรเกี่ยวกับอุปสงค์ในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงไทย?
ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงไทยมีการแข่งขันมากแค่ไหนเมื่อดูจากจำนวนแบรนด์?
ช่องทางจำหน่ายและหมวดผลิตภัณฑ์ใดโดดเด่นในข้อมูลตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงไทย?