อุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยกำลังเผชิญแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นจากประเด็นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ นั่นคือ “ความปลอดภัย” จากผลสำรวจของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (TAT) นักท่องเที่ยวต่างชาติ—โดยเฉพาะจากจีน ฮ่องกง และประเทศในเอเชียใกล้เคียง—ระบุว่า ความปลอดภัย เป็นหนึ่งในความกังวลหลักเกี่ยวกับความปลอดภัยในการท่องเที่ยวไทย โดยหลายคนสะท้อนว่าการถูกหลอกลวง การลักขโมย และความเข้าใจผิดต่างๆ เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้รู้สึกไม่สบายใจ
เมื่อมีคำเตือนการเดินทางระหว่างประเทศจากประเทศอย่างออสเตรเลียและสหราชอาณาจักรที่แนะนำให้เพิ่มความระมัดระวัง นักท่องเที่ยวจึงเริ่มตั้งคำถามกับภาพลักษณ์ของไทยในฐานะจุดหมายพักผ่อนที่ปลอดภัยมากขึ้น คำเตือนเหล่านี้ระบุถึงความเสี่ยงที่พบได้บ่อย เช่น การล้วงกระเป๋า การกระชากกระเป๋า และอาชญากรรมรุนแรงเป็นครั้งคราว โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยวหนาแน่นและช่วงเวลากลางคืน
จำนวนนักท่องเที่ยวลดลงเชื่อมโยงกับความกังวลด้านความปลอดภัยในการท่องเที่ยวไทย
ความกังวลเรื่องความปลอดภัยไม่ได้เป็นเพียง “ความรู้สึก” แต่กำลังส่งผลต่อพฤติกรรมจริง ในช่วงครึ่งแรกของปี 2025 ไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง 5.09% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า การยกเลิกโรงแรมพุ่งสูง—เฉพาะเดือน March 2025 เพียงเดือนเดียว มีการยกเลิกมากกว่า 1,100 การจอง หลังเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่และมีรายงานอาชญากรรมที่มุ่งเป้านักท่องเที่ยว
นักท่องเที่ยว โดยเฉพาะผู้ที่มาเยือนครั้งแรก กำลังทบทวนแผนการเดินทาง งานวิจัยเชิงวิชาการก็สนับสนุนแนวโน้มนี้ โดยชี้ว่าการรับรู้เชิงลบด้านความปลอดภัยลดทั้งความภักดีต่อจุดหมายปลายทางและความตั้งใจจะเดินทางมาเยือนอย่างมีนัยสำคัญ สำหรับไทย นั่นหมายถึงนักท่องเที่ยวกลับมาเที่ยวซ้ำน้อยลง และทำให้การดึงดูดนักท่องเที่ยวหน้าใหม่ยากขึ้น
จีน: จากตลาดอันดับหนึ่งสู่สัดส่วนที่หดตัว

ไม่มีประเทศใดสะท้อนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมนี้ได้ชัดเจนเท่าจีน ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2025 จำนวนนักท่องเที่ยวจีนลดลงถึง 34% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2024 จากเดิมที่เคยคิดเป็น 28% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด ปัจจุบันนักท่องเที่ยวจีนเหลือเพียง 13.6% เท่านั้น และคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจีนทั้งปีจะลดลงต่ำกว่า 5 ล้านคนเป็นครั้งแรกในรอบกว่าทศวรรษ—ไม่นับช่วงปีที่เกิดโรคระบาด
สาเหตุนั้นชัดเจน รายงานจำนวนมากเกี่ยวกับชาวจีนที่ตกเป็นเหยื่อการหลอกลวง—รวมถึงกรณีถูกล่อลวงและค้ามนุษย์ไปยังศูนย์แก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศเพื่อนบ้าน—ได้จุดชนวนความหวาดกลัว ขณะเดียวกัน “ทัวร์ศูนย์เหรียญ” ที่ดำเนินการโดยผู้ประกอบการทัวร์บางรายในไทย ซึ่งล่อลวงให้นักท่องเที่ยวไปซื้อสินค้าและบริการในราคาสูงเกินจริง ก็เป็นปัญหาที่บั่นทอนความเชื่อมั่นมานาน แม้การดำเนินคดีจะเข้มข้นขึ้น แต่ความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของไทยอาจเกิดขึ้นไปแล้ว
อ่านเพิ่มเติม: การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยมองหากลยุทธ์และโอกาสใหม่
ความกังวลด้านความปลอดภัยในการท่องเที่ยวไทย: เมื่อการรับรู้กลายเป็นความจริงทางเศรษฐกิจ
ผลกระทบจาก ความกังวลด้านความปลอดภัยในการท่องเที่ยวไทย ไม่ได้เห็นแค่ในตัวเลขผู้เดินทางเข้าไทยเท่านั้น แต่ยังสะท้อนในรายได้ด้วย เมื่อจำนวนนักท่องเที่ยวจีนลดลง รายได้ก็ลดตามไปด้วย เพราะโดยทั่วไปนักท่องเที่ยวจีนมักใช้จ่ายสูงกว่าและพักอยู่นานกว่านักท่องเที่ยวกลุ่มอื่น ทำให้การหายไปของกลุ่มนี้กระทบหนักต่อโรงแรม ร้านอาหาร การขนส่ง และผู้ประกอบการทัวร์
รัฐบาลไทยได้ออกแคมเปญและมาตรการจูงใจเพื่อฟื้นความเชื่อมั่นและดึงนักท่องเที่ยวที่ยังกังวลให้กลับมา แต่การกู้คืนชื่อเสียงต้องใช้เวลา ยิ่งเมื่อกระแสปากต่อปากบนโลกดิจิทัลและโซเชียลมีเดียพาเรื่องเล่าด้านลบไปได้ไกลและเร็ว การแก้ภาพลักษณ์อาจยากพอๆ กับการแก้ปัญหาที่เป็นต้นเหตุ
สร้างความเชื่อมั่นกลับมา กอบกู้นักท่องเที่ยว ด้วยการจัดการความกังวลด้านความปลอดภัยในการท่องเที่ยวไทย
การชะลอตัวของการท่องเที่ยวไทยในปี 2025 ไม่ใช่แค่การลดลงชั่วคราว แต่เป็นสัญญาณเตือน เรื่องความปลอดภัยและการหลอกลวงกำลังผลักให้นักท่องเที่ยวที่เคยภักดีหันหลัง โดยเฉพาะกลุ่มจากจีน เมื่อจำนวนนักท่องเที่ยวจีนลดลง 34% และยอดรวมผู้มาเยือนลดลงมากกว่า 5% อุตสาหกรรมจึงเผชิญทั้งความสูญเสียระยะสั้นและความเสี่ยงระยะยาว
การรับมือกับ ความกังวลด้านความปลอดภัยในการท่องเที่ยวไทย อย่างตรงไปตรงมา ผ่านการคุ้มครองที่เข้มแข็งขึ้น การกำกับดูแลที่ดีขึ้น และการสื่อสารที่ชัดเจน จะเป็นกุญแจสำคัญในการฟื้นความเชื่อมั่น จนกว่าจะทำได้ การฟื้นตัวของการท่องเที่ยวไทยยังคงเปราะบาง
อ่านเพิ่มเติม: เบื้องหลังเกมรุก: กลยุทธ์แบบไทยเพื่อฟื้นการท่องเที่ยว