ตลาด e-wallet ไทยเริ่มเข้าที่เข้าทางด้วย PromptPay และการใช้จ่ายไร้เงินสดในชีวิตประจำวัน
/ ข้อมูลเชิงลึก / บทความ / ตลาด e-wallet ไทยเริ่มเข้าที่เข้าทางด้วย PromptPay และการใช้จ่ายไร้เงินสดในชีวิตประจำวัน

ตลาด e-wallet ไทยเริ่มเข้าที่เข้าทางด้วย PromptPay และการใช้จ่ายไร้เงินสดในชีวิตประจำวัน

เผยแพร่เมื่อ: 28 ส.ค. 2026 | ผู้เขียน: Marketing & Communications

ระบบนิเวศ e-wallet ของไทยกำลังขยับจากของใหม่ที่ลองใช้ ไปสู่พฤติกรรมที่ทำเป็นประจำ เพราะโครงสร้างการชำระเงินดิจิทัลของประเทศถูกวางอยู่บนรางที่เชื่อมต่อกันได้ และประสบการณ์ใช้งานที่เรียบง่าย ในตลาดการชำระเงินผ่านมือถือของไทย Mordor Intelligence ประเมินมูลค่าไว้ที่ USD 29.73 billion ในปี 2025 และ USD 34.08 billion ในปี 2026 โดยคาดว่าจะไปแตะ USD 67.41 billion ภายในปี 2031 คิดเป็น CAGR 14.62% ในช่วง 2026–2031 รายงานเดียวกันระบุว่าแรงส่งมาจากรางกลาง PromptPay ที่ใช้งานได้แบบครอบคลุม อัตราการใช้สมาร์ทโฟน 90% และการขยายโครงข่าย 5G ทั่วประเทศ พร้อมกันนั้นก็ชี้ถึงปัจจัยเสียดทานที่ทำให้เส้นการเติบโตยังอยู่บนความเป็นจริง เช่น เหตุการณ์ด้านความปลอดภัยไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้น ความคุ้นชินกับเงินสดในพื้นที่ชนบท และต้นทุนการปฏิบัติตามข้อกำกับสำหรับผู้ค้ารายย่อยขนาดเล็กมาก

Mobile payments growth
Mobile payments growth

PromptPay ไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือโอนเงิน แต่คือการเปลี่ยนพฤติกรรมพื้นฐานที่ทำให้วอลเล็ต “ติดมือ” สำหรับการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน The Nation รายงานว่าจำนวนการลงทะเบียน PromptPay พุ่งขึ้น 14% เป็นมากกว่า 90 million โดยจำนวนธุรกรรมต่อวันเกิน 74 million Antom เสริมรายละเอียดด้านมูลค่าที่ไหลผ่านรางนี้ว่าในปี 2023 ธุรกรรมโมบายแบงก์กิ้งของไทยมีมูลค่ารวมราว THB 71.07 trillion และ PromptPay คิดเป็นประมาณ THB 47.42 trillion ของตัวเลขดังกล่าว ปริมาณเหล่านี้ช่วยอธิบายได้ว่าทำไมผู้ให้บริการวอลเล็ตจึงสามารถต่อยอดประสบการณ์ “จ่ายด้วย QR” และเช็กเอาต์ในแอปบนพฤติกรรมโอนบัญชีสู่บัญชีที่ผู้ใช้คุ้นเคยอยู่แล้ว แทนที่จะต้องบังคับให้ผู้บริโภคเรียนรู้วิธีจ่ายเงินใหม่ตั้งแต่ต้น

QR แพร่หลายทุกที่ และการจ่ายใกล้ตัวดึงวอลเล็ตเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน

การยอมรับใช้งานในชีวิตประจำวันขึ้นอยู่กับ “รับได้ที่ไหน” และ “ใช้ทำอะไรได้บ้าง” และข้อมูลตลาดของไทยบ่งชี้ว่าทั้งสองอย่างกำลังขยายตัว Mordor Intelligence ระบุว่าโซลูชัน QR code ครองสัดส่วน 42.15% ของขนาดตลาดการชำระเงินผ่านมือถือของไทยในปี 2025 และการชำระเงินแบบ proximity คิดเป็น 59.10% ของมูลค่าในปี 2025 ส่วนผสมนี้สอดคล้องกับกิจวัตรประจำวันในค้าปลีกและสินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG) ซึ่งมีสัดส่วน 33.20% ของมูลค่าในปี 2025 ในรายงานเดียวกัน สำหรับผู้บริโภค Antom อธิบายว่าดิจิทัลวอลเล็ตเป็นวิธีชำระเงินที่ถูกใช้งานมากเป็นอันดับสองในธุรกรรมอีคอมเมิร์ซและ POS รองจากการโอนผ่านธนาคาร ส่วนฝั่งผู้ค้า อุปสรรคในการเริ่มต้นที่ต่ำและพฤติกรรมเช็กเอาต์ที่รวดเร็วทำให้วอลเล็ตเหมาะกับการซื้อสินค้าราคาไม่สูงแต่เกิดบ่อย

การค้าออนไลน์ยังคงส่งแรงหนุนให้วอลเล็ตถูกใช้ในออฟไลน์มากขึ้น Mordor Intelligence รายงานว่าอีคอมเมิร์ซเป็นช่องทางทำธุรกรรมที่นำตลาดด้วยส่วนแบ่งรายได้ 46.25% ในปี 2025 ขณะที่การชำระเงินแบบ remote เป็นประเภทการชำระเงินที่เติบโตเร็วที่สุดที่ CAGR 15.3% นอกจากนี้ยังคาดว่า mobile wallets จะเติบโตที่ CAGR 16.2% จนถึงปี 2031 และการโอนแบบ P2P ถูกคาดการณ์ว่าจะเติบโตที่ CAGR 16.6% ถึงปี 2031 เช่นกัน Ken Research ก็อธิบายไปในทิศทางเดียวกันว่า mobile wallets เป็นเซกเมนต์นำในตลาดการชำระเงินผ่านมือถือของไทย โดยมีแรงหนุนจากการเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มค้าปลีกและอีคอมเมิร์ซ เมื่อนำตัวเลขทั้งหมดมารวมกัน จะเห็นว่าตลาดวอลเล็ตไม่ได้เติบโตจากโปรโมชันอย่างเดียว แต่เติบโตเพราะเข้ากับวิธีที่ผู้คนซื้อของจริง ๆ

อ่านเพิ่มเติม ธนาคารดิจิทัลในไทยเริ่มทะยาน: CLICX เปิดฉากยุคธนาคารไร้สาขาอย่างจริงจัง

การแข่งขันกำลังเข้มข้นขึ้น เมื่อกฎระเบียบและเงินลงทุนเข้ามาปรับภูมิทัศน์รอบ ๆ ตลาด e-wallet ไทย Mordor Intelligence ระบุถึงการที่ภาครัฐอนุมัติกลุ่มผู้ร่วมทุนธนาคารเสมือน (virtual-bank) 3 กลุ่ม รวมถึงการลงทุนเชิงกลยุทธ์จากต่างประเทศ เช่น การอัดฉีดเงิน USD 195 million ของ MUFG ให้กับ Ascend Money ขณะที่ Ken Research ชี้ให้เห็น “Digital Payment Roadmap” ปี 2023 ของไทย ซึ่งมีเป้าหมายส่งเสริมระบบการชำระเงินดิจิทัลที่ปลอดภัยทั่วประเทศ ในเซกเมนต์ที่เกี่ยวเนื่องอย่างการโอนเงินและวอลเล็ต Ken Research ประเมินมูลค่าตลาดบริการโอนเงินดิจิทัลและวอลเล็ตของไทยไว้ที่ USD 15 billion และชี้ไปที่กฎระเบียบปี 2023 รวมถึง Digital Payment Act เพื่อยกระดับความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์และการคุ้มครองข้อมูล ผลลัพธ์คือการเข้าสู่ช่วงตลาดที่เติบโตเป็นผู้ใหญ่ ซึ่งการขยายสเกลต้องอาศัย “ความไว้วางใจ” พอ ๆ กับ “ความสะดวก”

อะไรเป็นแรงขับให้ไทยเปลี่ยนไปสู่การใช้จ่ายไร้เงินสดในชีวิตประจำวัน?

การมีรางกลาง PromptPay ที่ใช้งานได้ครอบคลุม การรับชำระด้วย QR ที่แพร่หลาย และอัตราการใช้สมาร์ทโฟนที่สูง เป็นแรงขับหลักที่ถูกอ้างอิงในบทวิเคราะห์ตลาด โดยการชำระเงินแบบ proximity คิดเป็น 59.10% ของมูลค่าตลาดการชำระเงินผ่านมือถือของไทยในปี 2025 ซึ่งช่วยรองรับการใช้งานหน้าร้านในชีวิตประจำวัน

จำนวนผู้ลงทะเบียน PromptPay และการใช้งานรายวันมีขนาดเท่าไร?

The Nation ระบุว่าการลงทะเบียน PromptPay พุ่งขึ้น 14% เป็นมากกว่า 90 million และจำนวนธุรกรรมต่อวันเกิน 74 million อีกทั้ง Antom รายงานว่า PromptPay คิดเป็นประมาณ THB 47.42 trillion จากมูลค่าธุรกรรมโมบายแบงก์กิ้งราว THB 71.07 trillion ในปี 2023

ช่องทางและเทคโนโลยีใดเป็นตัวนำกิจกรรมการชำระเงินผ่านมือถือของไทย?

อีคอมเมิร์ซเป็นช่องทางทำธุรกรรมที่นำตลาดด้วยส่วนแบ่งรายได้ 46.25% ในปี 2025 ตามข้อมูลของ Mordor Intelligence ขณะที่โซลูชัน QR code ครองสัดส่วน 42.15% ของขนาดตลาดในปี 2025 สะท้อนความสำคัญของการยอมรับการจ่ายแบบสแกนเพื่อจ่าย

มีการคาดการณ์อัตราการเติบโตของวอลเล็ตและการโอนเงินอย่างไร?

Mordor Intelligence คาดว่า mobile wallets จะเติบโตที่ CAGR 16.2% จนถึงปี 2031 และยังคาดการณ์ว่าการโอนแบบ P2P จะเป็นช่องทางที่เติบโตเร็วที่สุด โดยมี CAGR 16.6% ถึงปี 2031

ตลาด e-wallet ไทยแข่งขันมากขึ้นและถูกกำกับดูแลมากขึ้นอย่างไร?

Mordor Intelligence ระบุถึงการที่ภาครัฐอนุมัติกลุ่มผู้ร่วมทุนธนาคารเสมือน (virtual-bank) 3 กลุ่ม และการลงทุน USD 195 million ของ MUFG ใน Ascend Money ขณะที่ Ken Research เสริมว่ากฎระเบียบปี 2023 รวมถึง Digital Payment Act มุ่งเสริมความแข็งแกร่งด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์และการคุ้มครองข้อมูลสำหรับการชำระเงินดิจิทัล

ก้าวไปข้างหน้าในประเทศไทยด้วยกลยุทธ์ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

ประเมินศักยภาพของตลาด ทดสอบสมมติฐาน และมุ่งเน้นการจัดสรรทรัพยากรไปยังโอกาสที่สามารถสร้างคุณค่าทางธุรกิจได้อย่างยั่งยืน

ติดต่อเราวันนี้
Download Whitepaper

/ ติดต่อเรา

เปลี่ยนโอกาสทางธุรกิจครั้งต่อไปในประเทศไทยให้เป็นกลยุทธ์ที่ชัดเจน

 

  • ไม่พบผลลัพธ์

เว็บไซต์นี้ได้รับการปกป้องโดย reCAPTCHA และ Google นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อกำหนดในการให้บริการ มีผลบังคับใช้