การชำระเงินแบบผ่อนชำระกำลังกลายเป็นวิธีจ่ายเงินกระแสหลักในไทย โดยเฉพาะเมื่อธุรกรรมดิจิทัลเติบโตและร้านค้าออนไลน์ยังคงเพิ่มตัวเลือก “จ่ายทีหลัง” เข้าไปในขั้นตอนชำระเงิน รายงานอุตสาหกรรมหลายฉบับระบุว่า BNPL เป็นทางเลือกที่ผู้บริโภคชื่นชอบแทนบัตรเครดิตแบบดั้งเดิม เพราะใช้งานง่ายและมักนำเสนอค่าใช้จ่ายอย่างโปร่งใส การเปลี่ยนแปลงนี้เชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับผู้บริโภคที่ต้องการความยืดหยุ่นโดยไม่ผูกมัดระยะยาวแบบสินเชื่อทั่วไป และยังสอดคล้องกับการขยับสู่การจ่ายเงินดิจิทัลในภาพใหญ่ โดย BNPL ถูกมองมากขึ้นว่าเป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบนิเวศการเงินดิจิทัลของไทยที่กำลังพัฒนา
ในตลาดซื้อก่อนจ่ายทีหลัง (BNPL) ในไทย ข้อมูลคาดการณ์และอัปเดตที่เผยแพร่สะท้อนโมเมนตัมที่แข็งแกร่งและบทบาทที่ขยายกว้างขึ้นในด้านการเงินผู้บริโภค รายงานหนึ่งคาดว่าตลาดการชำระเงินผ่าน BNPL ในไทยจะเติบโต 14.9% ต่อปี แตะ US$3.94 billion ในปี 2025 แหล่งข้อมูลเดียวกันระบุว่าตลาดทำ CAGR ได้ 24.0% ในช่วง 2021–2024 และคาดว่าจะเติบโตที่ CAGR 10.9% ในช่วง 2025–2030 ไปสู่ราว US$6.60 billion ภายในสิ้นปี 2030 จากมูลค่า US$3.43 billion ในปี 2024 ขณะที่อีกรายงานหนึ่งในปี 2026 ประเมินว่าตลาดจะขยายจาก US$528.7 million ในปี 2025 เป็นประมาณ US$1.93 billion ภายในปี 2031 และระบุ CAGR 29.2% ในช่วง 2022–2025
ทำไม BNPL ถึงช่วยขยายการเข้าถึงเครดิตไปไกลกว่าบัตรแบบดั้งเดิม
เรื่องราวการเติบโตของ BNPL ในไทยไม่ได้มีแค่การจ่ายเงินได้เร็วขึ้นตอนเช็กเอาต์เท่านั้น แต่ยังเกี่ยวกับ “การเข้าถึง” ด้วย รายงานต่าง ๆ เน้นว่าสินค้าการเงินแบบผ่อนชำระดึงดูดผู้บริโภครุ่นใหม่ และผู้ที่เข้าถึงเครดิตแบบดั้งเดิมได้ยาก ทำให้ BNPL ถูกวางตำแหน่งเป็นทางเลือกที่เข้าถึงได้ง่ายกว่าสินเชื่อรูปแบบเดิม ๆ แรงขับนี้ยิ่งชัดขึ้นเมื่อสถาบันการเงินและผู้ให้บริการฟินเทคขยายบริการเพื่อชิงส่วนแบ่งตลาด และเมื่อผู้บริโภคเลือกใช้การผ่อนชำระมากกว่าทางเลือกเครดิตแบบเดิม ผู้ให้บริการก็คาดว่าจะขยาย “จุดที่ BNPL ปรากฏให้เลือกใช้” ให้กว้างขึ้น ผลักดันให้เกินกว่าอีคอมเมิร์ซไปสู่อุตสาหกรรมอื่น ๆ เมื่อการเชื่อมต่อระบบลึกขึ้น
การแข่งขันยังเป็นปัจจัยกำหนดว่า BNPL จะเข้าถึงวงกว้างได้แค่ไหน รายงานคาดว่าจะมีผู้ให้บริการเข้ามาเพิ่มและกระจายข้อเสนอมากขึ้น ทำให้ผลิตภัณฑ์หลากหลายและเกิดนวัตกรรมบริการ ตัวอย่างบริการและแบรนด์ BNPL ที่ถูกอ้างถึงในแหล่งข้อมูล ได้แก่ Atome, Grab PayLater, K Pay Later, ShopeePay Later และ Lazada PayLater รวมถึงผู้ให้บริการรายอื่น ๆ ที่ถูกระบุในภาพรวมของตลาด รายงานยังกล่าวซ้ำ ๆ ว่าความร่วมมือเชิงกลยุทธ์มีความสำคัญต่อการขยายการเข้าถึงและเชื่อม BNPL เข้ากับกลุ่มลูกค้าใหม่ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล ขณะเดียวกัน แหล่งข้อมูลเตือนว่าเมื่อ市场ขยายตัว การกำกับดูแลอาจเข้มงวดขึ้น ทำให้ต้องยึดหลักปล่อยสินเชื่ออย่างรับผิดชอบและคุ้มครองผู้บริโภคไปพร้อมกับการเดินหน้านวัตกรรม
ภาพรวมระดับโลกช่วยชี้ให้เห็นทิศทางของ BNPL ที่กำลังพัฒนา แม้ตัวเลขจะไม่ได้เฉพาะเจาะจงกับไทยก็ตาม ภาพรวมสถิติ BNPL ในปี 2026 ประเมินมูลค่าตลาด BNPL ทั่วโลกไว้ราว US$560.1 billion ในปี 2025 โดยเติบโต 13.7% เมื่อเทียบปีต่อปี และระบุ CAGR 21.7% ในช่วง 2021–2024 พร้อมคาดการณ์ CAGR 10.2% ในช่วง 2025–2030 แหล่งข้อมูลเดียวกันยังระบุว่า BNPL สามารถเพิ่มมูลค่าตะกร้าซื้อเฉลี่ยได้ 20–40% และอธิบายการขยายจากค้าปลีกไปสู่หมวดอย่างการท่องเที่ยว การดูแลสุขภาพ การศึกษา และของชำ ในไทย รายงานท้องถิ่นก็มีแนวโน้มคาดว่า BNPL จะเชื่อมต่อการใช้งานข้ามอุตสาหกรรมมากกว่าแค่อีคอมเมิร์ซเช่นกัน ตอกย้ำแนวคิดว่าผลิตภัณฑ์ “จ่ายเป็นงวด” กำลังฝังตัวอยู่ในค่าใช้จ่ายประจำวันและการเข้าถึงเครดิตของผู้บริโภคมากขึ้น
ตามรายงานที่เผยแพร่ ภาคส่วน BNPL ในไทยเติบโตเร็วแค่ไหน?
BNPL ช่วยขยายการเข้าถึงเครดิตนอกเหนือจากบัตรแบบดั้งเดิมในไทยอย่างไร?
มีผู้ให้บริการรายใดบ้างที่ถูกกล่าวถึงว่าเป็นผู้เล่นในตลาด BNPL ของไทย?
อะไรอาจเปลี่ยนไปเมื่อ市場ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง (BNPL) ในไทยขยายตัวต่อเนื่อง?
มีการยกตัวเลข BNPL ระดับโลกอะไรมาเป็นบริบท และทำไมจึงสำคัญ?
พูดคุยกับเราเกี่ยวกับความต้องการของคุณในด้าน:
-
วิจัยตลาดในประเทศไทย
-
การวางแผนเชิงกลยุทธ์ในประเทศไทย
-
กลยุทธ์การเข้าสู่ตลาดในประเทศไทย
-
การควบรวมและซื้อกิจการ (M&A) ในประเทศไทย
-
การวิเคราะห์ห่วงโซ่คุณค่าในประเทศไทย
-
การเปรียบเทียบศักยภาพการแข่งขันในประเทศไทย
-
การจัดจำหน่ายและพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ในประเทศไทย
-
การวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคในประเทศไทย