โมเดลเศรษฐกิจ BCG ไทยไม่ได้เป็นเพียงภาพฝันเชิงนโยบายอีกต่อไป แต่กลายเป็นวาระเศรษฐกิจระดับชาติของประเทศ จากเดิมที่มีแต่เป้าหมายเชิงนามธรรม วันนี้ไทยผลักดันกรณีธุรกิจจริงที่เปลี่ยนของเสียให้กลายเป็นมูลค่า ตัวอย่างชัดเจนมี 2 กรณีที่โดดเด่น: เปลี่ยนของเสียจากอ้อยเป็นไบโอพลาสติก และเปลี่ยนแกลบให้เป็นพลังงาน กรณีเหล่านี้สะท้อนว่าความยั่งยืนและกำไรสามารถเดินไปด้วยกันได้แล้วในวันนี้
ทำไมโมเดลเศรษฐกิจ BCG ไทยจึงสำคัญ

BCG ย่อมาจาก Bio, Circular และ Green ไทยนำโมเดลนี้ไปใช้กับ 4 อุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ เกษตรและอาหาร การแพทย์และสุขภาพ ไบโอเอเนอร์จีและไบโอแมททีเรียล และการท่องเที่ยวกับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ โดยรวมแล้วอุตสาหกรรมเหล่านี้สร้างมูลค่า 3.4 trillion THB คิดเป็น 21% of national GDP
เป้าหมายคือการเติบโตที่มีมูลค่าสูงขึ้น ภาคเกษตรมีแรงงานประมาณหนึ่งในสามของประเทศ แต่สร้าง GDP เพียง 8% of GDP BCG ต้องการลดช่องว่างนี้ด้วยการเพิ่มเทคโนโลยี นวัตกรรม และกระบวนการแปรรูปที่ชาญฉลาดตลอดทั้งห่วงโซ่มูลค่า
กรอบ BCG เริ่มเดินหน้าในปี 2021 เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ควบคู่กับเป้าหมายความยั่งยืนระดับโลก และสอดคล้องกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของไทย
Read Also: ความท้าทายเรื่องหมอกควันในไทย: วิกฤตอากาศน่ากังวลของกรุงเทพฯ และแรงผลักดันเร่งด่วนสู่การมีอากาศสะอาด
กรณีธุรกิจที่หนึ่ง: ของเสียจากอ้อยสู่ไบโอพลาสติก
หนึ่งในตัวอย่าง BCG ที่แข็งแรงที่สุดมาจากอุตสาหกรรมไบโอพลาสติก ไทยเป็นผู้ผลิตรายใหญ่อันดับสองของโลก มีกำลังการผลิต 95,000 tons per year และมีแผนเพิ่มอีก 75,000 tons การเติบโตนี้ขับเคลื่อนด้วยของเสียจากอ้อยที่มีจำนวนมาก โดยมีการผลิตมากกว่า 40 million tons ต่อปี
แทนที่จะเผาหรือทิ้งเศษเหลือ บริษัทต่าง ๆ นำมาผลิตเป็นไบโอพลาสติกมูลค่าสูง โดยประมาณ 90% of production is exported สร้างรายได้พร้อมลดการปล่อยคาร์บอน นี่แสดงให้เห็นว่าของเสียทางการเกษตรสามารถกลายเป็นสินค้าระดับโลกได้ ไม่ใช่ปัญหาเฉพาะพื้นที่
กรณีธุรกิจที่สอง: แกลบข้าวในบทบาทพลังงาน
แกลบข้าวเป็นอีกหนึ่งกระแสของเสียที่กำลังได้มูลค่าใหม่ โรงไฟฟ้าชีวมวลในปัจจุบันนำแกลบจากโรงสีใกล้เคียงมาใช้ผลิตกระแสไฟฟ้า
A.T. Biopower เดินเครื่องโรงไฟฟ้า 22 MW ที่พิจิตรโดยใช้แกลบในพื้นที่ ส่วนที่ร้อยเอ็ด Buasommai ดำเนินโครงการขนาด 9.9 MW ใช้ของเสียจากกระบวนการสีข้าวเป็นเชื้อเพลิง ทั้งสองโครงการได้รับประโยชน์จากการสนับสนุนของภาครัฐสำหรับระบบชีวมวลแบบผลิตพลังงานร่วม (combined heat and power)
บางโครงการไปไกลกว่านั้น โครงการเกี่ยวกับข้าวเหนียวมีการอัปไซเคิลแกลบและฟางให้เป็นไบโอแมททีเรียลและพลังงาน พร้อมเชื่อมโยงภาคเกษตรเข้ากับการท่องเที่ยวและการพัฒนาชุมชน ทำให้เกิดสมดุลทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมในระบบเดียว
โมเดลเศรษฐกิจ BCG ไทยกับพลังของสิทธิประโยชน์ภาษี BOI
ประเด็นสำคัญสำหรับบริษัทเข้าใจได้ง่ายมาก: หากธุรกิจสอดคล้องกับ BCG สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนก็พร้อมให้รางวัล
BOI สนับสนุนมากกว่า 50 BCG activities พร้อมสิทธิประโยชน์ที่รวมถึง corporate tax holidays of up to 13 years การถือหุ้นโดยต่างชาติได้ 100% การยกเว้นอากรขาเข้า และการสนับสนุนด้าน R&D อย่างเข้มแข็ง
อุตสาหกรรมชีวภาพที่สอดคล้องกับ BCG อยู่ภายใต้มาตรการส่งเสริมกลุ่ม A ซึ่งให้3 to 13 years of CIT exemption สิทธิถือครองที่ดิน และสิทธิประโยชน์ด้านวีซ่าสำหรับผู้เชี่ยวชาญต่างชาติ หลังหมดช่วงยกเว้นภาษีแล้ว บริษัทอาจยังได้รับ50% CIT reductions โดยเฉพาะในพื้นที่สำคัญ เช่น Eastern Economic Corridor
Read Also: ความเสี่ยงวิกฤตน้ำของไทย: ภัยคุกคามทางเศรษฐกิจจากภัยแล้งและน้ำท่วม
เปลี่ยนกลยุทธ์ให้เป็นการลงมือทำด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG ไทย
โมเดลเศรษฐกิจ BCG ไทยพิสูจน์ให้เห็นว่ากลยุทธ์ระดับชาติสามารถผลักดันความสำเร็จทางธุรกิจได้จริง ของเสียกลายเป็นวัตถุดิบ ความยั่งยืนกลายเป็นกำไร บริษัทที่ต้องการทำความเข้าใจและประสบความสำเร็จในตลาดที่กำลังเปลี่ยนแปลงนี้ สามารถสำรวจการสนับสนุนแบบเฉพาะทางจาก Market Research Thailand โดย Eurogroup Consulting ด้วย40 years of distinguished experience Eurogroup Consulting ให้บริการที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์และการวิจัยตลาดเชิงลึกทั่วไทยและภูมิภาค พร้อมช่วยให้ธุรกิจปรับให้สอดคล้องกับนโยบาย ปลดล็อกสิทธิประโยชน์ และเติบโตอย่างมั่นใจในเศรษฐกิจไทยที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
พูดคุยกับเราเกี่ยวกับความต้องการของคุณในด้าน:
-
วิจัยตลาด
-
การวางแผนเชิงกลยุทธ์
-
กลยุทธ์เข้าสู่ตลาด
-
การควบรวมและซื้อกิจการ
-
การวิเคราะห์ห่วงโซ่คุณค่า
-
การวิเคราะห์เปรียบเทียบคู่แข่ง
-
การจัดจำหน่ายและพันธมิตรเชิงกลยุทธ์
-
การวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค