เร่งสปีดการเปลี่ยนแปลง: ยอดขายแบรนด์รถยนต์รายใหญ่ในประเทศไทย ปี 2023
/ ข้อมูลเชิงลึก / Articles / เร่งสปีดการเปลี่ยนแปลง: ยอดขายแบรนด์รถยนต์รายใหญ่ในประเทศไทย ปี 2023

เร่งสปีดการเปลี่ยนแปลง: ยอดขายแบรนด์รถยนต์รายใหญ่ในประเทศไทย ปี 2023

เผยแพร่เมื่อ: 13 มิ.ย. 2024 | ผู้เขียน: Marketing & Communications

แนวโน้มยอดขายรถยนต์ใหม่ตามแบรนด์หลักในประเทศไทย

ในปี 2023 ตลาดรถยนต์ไทย เกิดการเปลี่ยนแปลงสำคัญในพลวัตของยอดขายรถยนต์ใหม่ โดยมีสัญญาณชัดเจนจากยอดขายและการผลิตโดยรวมที่ปรับลดลง ตามข้อมูลจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (FTI) ยอดขายรถยนต์เดือนธันวาคมลดลง 17.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ส่งผลให้ยอดรวมอยู่ที่ 68,326 คัน การชะลอตัวครั้งนี้เกิดจากหลายปัจจัย ทั้งอัตราการปฏิเสธสินเชื่อรถยนต์ที่สูงขึ้น เงื่อนไขทางการเงินที่เข้มงวด และภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวในวงกว้าง อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความท้าทายดังกล่าว บางแบรนด์ยังสามารถรับมือกับความผันผวนของตลาดได้ดีกว่าแบรนด์อื่น ๆ บทความนี้ ทีมงาน Thailand Automotive Consulting จะพาคุณไปรู้จักแนวโน้มสำคัญและข้อมูลหลักที่กำลังกำหนดทิศทางตลาดยานยนต์ไทยในปี 2023

ยอดขายปลีกรถยนต์ใหม่ตามผู้ผลิตรายหลัก (2023)

ผู้ผลิต/แบรนด์ยอดขาย Jan-Dec 2023ส่วนแบ่ง Jan-Dec 2023 (%)
Toyota26594934.3
Isuzu15193519.6
Honda9433612.2
Ford364834.7
Mitsubishi326684.2
BYD304323.9
MG273113.5
Mazda165442.1
Nissan164232.1
Neta138361.8
Others8986311.6

แบรนด์ผู้นำและภาพรวมการทำตลาด

Toyota ซึ่งเป็นแบรนด์หลักที่ยืนระยะในตลาดรถยนต์ไทย ยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำได้เช่นเดิม อย่างไรก็ดี ยอดขายลดลง 7.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยทำยอดได้ราว 265,949 คันในปี 2023 แม้ยอดจะปรับตัวลง แต่ Toyota ยังครองส่วนแบ่งตลาด 34.3% สะท้อนความแข็งแกร่งและอิทธิพลในตลาดไทย แนวโน้มนี้สอดคล้องกับผลงานในอดีตของ Toyota ที่มักเป็นแบรนด์รถยนต์ยอดนิยมอันดับต้น ๆ ของผู้บริโภคไทยมาอย่างต่อเนื่อง

Isuzu อีกหนึ่งผู้เล่นรายใหญ่ ยอดขายลดลงอย่างรุนแรง โดยร่วงลง 28.5% เหลือ 151,935 คัน การลดลงดังกล่าวส่งผลต่อส่วนแบ่งตลาดของ Isuzu ซึ่งอยู่ที่ 19.6% ปัจจัยสำคัญที่มีส่วนกดดัน ได้แก่ เงื่อนไขปล่อยสินเชื่อจากสถาบันการเงินที่เข้มงวด และระดับหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้น

ด้าน Honda กลับแสดงความแข็งแกร่ง โดยยอดขายเพิ่มขึ้น 13.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ไปอยู่ที่ 94,336 คัน ผลลัพธ์เชิงบวกนี้ช่วยดันส่วนแบ่งตลาดของ Honda ขึ้นเป็น 12.2% สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและความภักดีต่อแบรนด์ที่ยังอยู่ในระดับสูง

ผู้เล่นหน้าใหม่และพลวัตของตลาด

ในกลุ่มแบรนด์เกิดใหม่ BYD สร้างแรงสั่นสะเทือนอย่างมากในปี 2023 ด้วยอัตราการเติบโตของยอดขายเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าสูงถึง 9653.8% มียอดรวม 30,432 คัน การพุ่งขึ้นอย่างก้าวกระโดดนี้ตอกย้ำการยอมรับและความต้องการรถยนต์ไฟฟ้า (EVs) ที่เพิ่มขึ้นในประเทศไทย ในทำนองเดียวกัน Neta แบรนด์จากจีนอีกราย เติบโต 1257.8% มียอดขาย 13,836 คัน แนวโน้มเหล่านี้สะท้อนว่าความต้องการของผู้บริโภคกำลังขยับไปสู่ทางเลือกด้านยานยนต์ที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม Mitsubishi และ Ford ต้องเผชิญความท้าทายค่อนข้างมาก Mitsubishi มียอดขายลดลง 35.2% เหลือ 32,668 คัน ขณะที่ Ford ลดลง 16.4% ทำยอดขายได้ 36,483 คัน การปรับลดดังกล่าวสะท้อนความยากลำบากของตลาดโดยรวม รวมถึงการแข่งขันที่ทวีความเข้มข้นจากแบรนด์หน้าใหม่

การผลิตรถยนต์และแนวโน้มตลาด

ฝั่งการผลิตรถยนต์ในประเทศไทยก็สะท้อนภาพการชะลอตัวของยอดขายเช่นกัน ปริมาณการผลิตรถยนต์นั่งที่มีเครื่องยนต์ต่ำกว่า 1,500 cc อยู่ที่ 151,000 คันในช่วงเดือนมกราคมถึงเมษายน 2023 โดยรวมแล้ว การผลิตรถยนต์ในประเทศไทยตลอดปี 2023 อยู่ที่ 1.83 ล้านคัน โดยรถยนต์นั่งครองสัดส่วนหลักที่ 637,000 คัน แม้จะต่ำกว่าเป้าหมายที่ปรับใหม่ไว้ที่ 1.85 ล้านคัน แต่ภาพรวมการขับเคลื่อนกำลังการผลิตของอุตสาหกรรมยังคงแข็งแรง

สำหรับรุ่นที่ขายดีที่สุดในปี 2023 คือ Isuzu D-Max ด้วยยอดขาย 127,290 คัน ตามด้วย Toyota Hilux และ Toyota Yaris ATIV ความนิยมในรถกระบะสะท้อนความต้องการยานยนต์เชิงพาณิชย์ในตลาดไทยที่ยังมีอย่างต่อเนื่อง แม้ว่ายอดขายในกลุ่มนี้จะลดลง 28.5% เหลือ 325,024 คันก็ตาม

มองไปข้างหน้า FTI คาดว่าภาคการผลิตรถยนต์เพื่อจำหน่ายในประเทศจะฟื้นตัวในระดับปานกลาง โดยประเมินการเติบโต 3.2% ในปี 2023 ปริมาณการผลิตที่คาดไว้คือ 1.90 ล้านคัน แบ่งเป็น 1.15 ล้านคันเพื่อการส่งออก และ 750,000 คันเพื่อจำหน่ายในประเทศ มุมมองเชิงบวกอย่างระมัดระวังนี้สะท้อนความสามารถในการปรับตัวและความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรม ท่ามกลางความท้าทายด้านเศรษฐกิจและกฎระเบียบ

สรุป

โดยสรุป แนวโน้มยอดขายรถยนต์ใหม่ในประเทศไทยปี 2023 สะท้อนทั้งความยืดหยุ่นและความท้าทายของตลาดยานยนต์ แบรนด์หลักอย่าง Toyota และ Honda ยังคงครองตลาด ขณะที่ผู้เล่นหน้าใหม่อย่าง BYD และ Neta กำลังเร่งขยายส่วนแบ่งอย่างรวดเร็ว พลวัตโดยรวมชี้ว่าตลาดกำลังค่อย ๆ ขยับไปสู่ทางเลือกที่ยั่งยืนมากขึ้น โดยรถยนต์ไฟฟ้าได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจของประเทศไทยที่กำลังปรับตัว อุตสาหกรรมยานยนต์ยังคงเป็นเสาหลักสำคัญของการเติบโตและนวัตกรรม และการทำความเข้าใจภาพรวมของภาคส่วนนี้จะง่ายยิ่งขึ้นด้วยอินไซต์จากทีมผู้เชี่ยวชาญของเราใน Thailand Automotive Consulting หากคุณมีคำถาม ทีมงานของเราพร้อมให้ความช่วยเหลือ

เสริมศักยภาพธุรกิจของคุณให้เติบโตในตลาดที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ด้วยบริการให้คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญของเรา

ด้วยประสบการณ์และความเป็นเลิศยาวนานกว่า 40 ปี เรานำเสนอโซลูชันที่สร้างสรรค์และออกแบบให้เหมาะกับความต้องการเฉพาะของคุณ

ติดต่อเราวันนี้
Download Whitepaper

/ ติดต่อเรา

ติดต่อผู้เชี่ยวชาญด้านตลาดประเทศไทยของเรา

 

  • ไม่พบผลลัพธ์