ผลกระทบ CBAM ต่ออุตสาหกรรมเหล็กไทย: เตรียมรับแรงกระแทกต้นทุนส่งออกไป EU ในปี 2026
/ ข้อมูลเชิงลึก / Articles / ผลกระทบ CBAM ต่ออุตสาหกรรมเหล็กไทย: เตรียมรับแรงกระแทกต้นทุนส่งออกไป EU ในปี 2026

ผลกระทบ CBAM ต่ออุตสาหกรรมเหล็กไทย: เตรียมรับแรงกระแทกต้นทุนส่งออกไป EU ในปี 2026

เผยแพร่เมื่อ: 1 ก.ค. 2026 | ผู้เขียน: Marketing & Communications

อุตสาหกรรมเหล็กไทยกำลังเตรียมรับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของต้นทุนส่งออก เมื่อกลไกปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (Carbon Border Adjustment Mechanism: CBAM) ของสหภาพยุโรปเข้าสู่ระยะบังคับใช้เต็มรูปแบบที่ต้องชำระค่าใช้จ่ายในวันที่ 1 มกราคม 2026 ในช่วงเปลี่ยนผ่านตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2023 ถึง 31 ธันวาคม 2025 ผู้นำเข้าใน EU ต้องรายงาน “ปริมาณคาร์บอนฝังตัวจำเพาะ” (specific embodied carbon) ของสินค้าที่อยู่ในขอบเขต จากปี 2026 เป็นต้นไป ผู้นำเข้าเหล่านั้นต้องซื้อและส่งมอบใบรับรอง CBAM ตามปริมาณการปล่อยที่ฝังอยู่ในสินค้า โดยราคาจะเชื่อมโยงกับระบบซื้อขายสิทธิปล่อยก๊าซเรือนกระจกของ EU (EU Emissions Trading System) กลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ระบุว่าการเปลี่ยนผ่านนี้ทำให้คาร์บอนกลายเป็นต้นทุนทางการค้าที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และอาจเปลี่ยนโฉมการแข่งขันในตลาดได้

CBAM ครอบคลุมสินค้า 6 กลุ่มหลักในระยะแรก ได้แก่ เหล็กและเหล็กกล้า ปูนซีเมนต์ ปุ๋ย อะลูมิเนียม ไฟฟ้า และไฮโดรเจน สำหรับเหล็ก รายการสินค้าที่อยู่ในขอบเขตมีตั้งแต่เหล็กแผ่นรีดร้อน เหล็กแผ่นรีดเย็น และเหล็กเส้น ไปจนถึงท่อเหล็ก และสินค้ากึ่งสำเร็จรูปอย่างแผ่นพื้น (slabs) และบิลเล็ต (billets) โดยระบุผ่านรหัสศุลกากรของ EU และแนวทางของคณะกรรมาธิการยุโรป ศูนย์วิจัยกสิกรไทย (Kasikorn Research Center) ประเมินว่าเมื่อเข้าสู่ระยะที่ต้องชำระค่าใช้จ่าย ผลกระทบเบื้องต้นอาจเทียบเท่าประมาณ 3.8% ของมูลค่าส่งออกไทยไป EU ในปี 2026 คิดเป็นมูลค่าราว 28,000 ล้านบาท โดยคาดว่าแรงกดดันสูงสุดจะอยู่ที่เหล็กและอะลูมิเนียม ขณะที่ปูนซีเมนต์และปุ๋ยคาดว่าจะได้รับผลกระทบจำกัด เพราะไทยส่งออกสินค้าเหล่านี้ไป EU ในปริมาณไม่มากนัก

สิ่งที่จะเปลี่ยนในปี 2026: ใบรับรอง MRV และต้นทุนต่อหนึ่งตันที่สูงขึ้น

สำหรับผู้ส่งออก แรงกระแทกด้านต้นทุนไม่ได้มาจากใบรับรอง CBAM เพียงอย่างเดียว การปฏิบัติตามกฎยังต้องมีงานด้าน Measurement, Reporting and Verification (MRV) เพื่อรวบรวม คำนวณ และตรวจสอบข้อมูลการปล่อยในระดับสินค้า รวมถึงประสานงานกับผู้นำเข้าใน EU เพื่อให้การซื้อและการส่งมอบใบรับรองทำได้อย่างถูกต้อง ในรายงาน CBAM ของ KResearch ได้ยกช่วงราคาคาร์บอนเชิงบ่งชี้ไว้ที่ €60–90 ต่อหนึ่งตัน และเตือนด้วยว่า การปล่อยจากการผลิตต่อหนึ่งตันของไทยอาจสูงกว่ายุโรปมาก—บางช่วงอาจสูงถึง 17 เท่า—โดยเฉพาะในกรณีที่ผู้ผลิตพึ่งพากระบวนการที่ใช้ถ่านหิน สำหรับเหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็ก KResearch ประเมินว่า การปฏิบัติตาม CBAM อาจทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น 1,300–1,500 บาทต่อตัน หรือราว 1.5–1.7% ของมูลค่าสินค้า

KResearch ยังประเมินต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับ CBAM ต่อปีของผู้ส่งออกเหล็กไทยไป EU ไว้ที่ราว 167–193 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนว่าทำไม “ผลกระทบ CBAM ต่ออุตสาหกรรมเหล็กไทย” จึงถูกจับตาอย่างใกล้ชิดก่อนถึงปี 2026 สถาบันวิจัยระบุว่า เหล็กและเหล็กกล้า และอะลูมิเนียม คือ 2 ภาคส่วนหลักของไทยที่ได้รับผลกระทบในช่วงเริ่มต้น โดยอ้างอิงมูลค่าส่งออกไป EU ในปี 2024 ที่ USD 95.1 million สำหรับเหล็กและเหล็กกล้า และ USD 56.7 million สำหรับอะลูมิเนียม นอกจากนี้ยังชี้ว่า ผู้นำเข้าใน EU อาจนำต้นทุน CBAM ไปพิจารณาในการตัดสินใจจัดซื้อ ซึ่งอาจกระทบการเลือกซัพพลายเออร์ตั้งแต่ก่อนที่ภาพการผลักภาระต้นทุนทั้งหมดจะชัดเจน

อ่านเพิ่มเติม ตลาดความปลอดภัยไซเบอร์ไทยพุ่งแรง เมื่อการหลอกลวงออนไลน์และการโจมตีทวีความรุนแรง

หากมองไกลกว่า 2026 กลุ่มอุตสาหกรรมไทยกำลังติดตามข้อเสนอของคณะกรรมาธิการยุโรปช่วงปลายปี 2025 ที่ต้องการขยาย CBAM ไปยังสินค้าปลายน้ำที่พึ่งพาเหล็กและอะลูมิเนียมสูง โดยตั้งเป้าเริ่มใช้วันที่ 1 มกราคม 2028 พร้อมยกระดับมาตรการด้านการตรวจสอบย้อนกลับและการป้องกันการหลบเลี่ยงกฎ EU ยังได้ออก Regulation (EU) 2025/2083 ซึ่งเป็นแพ็กเกจ “simplification” ของ CBAM รวมถึงการยกเว้นตามเกณฑ์มวล 50 ตันต่อปีสำหรับสินค้า CBAM บางประเภท เช่น เหล็กและเหล็กกล้า อะลูมิเนียม ปุ๋ย และปูนซีเมนต์ (โดยไม่รวมไฟฟ้าและไฮโดรเจน) นอกจากนี้ ความเห็นจากตลาดโลกยังระบุว่า มาตรการคุ้มครองการนำเข้าเหล็กของ EU มีแนวโน้มถูกแทนที่ด้วยระบอบที่เข้มงวดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2026 ซึ่งยิ่งเพิ่มบริบทด้านกฎระเบียบที่ผู้ส่งออกต้องรับมือ

CBAM ของ EU จะเปลี่ยนจากการรายงานไปสู่การปฏิบัติตามแบบมีค่าใช้จ่ายเมื่อใด?

ช่วงเปลี่ยนผ่านของ CBAM อยู่ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2023 ถึง 31 ธันวาคม 2025 และระยะบังคับใช้เต็มรูปแบบจะเริ่มวันที่ 1 มกราคม 2026 ซึ่งผู้นำเข้าต้องซื้อและส่งมอบใบรับรอง CBAM

ผลกระทบเบื้องต้นต่อการส่งออกของไทยไป EU ในปี 2026 คาดว่าจะมากแค่ไหน?

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า ผลกระทบเบื้องต้นอาจเทียบเท่าประมาณ 3.8% ของมูลค่าส่งออกไทยไป EU ในปี 2026 หรือราว 28,000 ล้านบาท

ทำไมเหล็กจึงถูกคาดว่าจะเป็นหนึ่งในภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบสูงภายใต้ CBAM?

เพราะ CBAM ครอบคลุมเหล็กและเหล็กกล้าโดยตรง และต้นทุนใบรับรองเชื่อมโยงกับการปล่อยที่ฝังอยู่ในสินค้า นอกจากนี้ KResearch ระบุว่า การปล่อยจากการผลิตต่อหนึ่งตันของไทยอาจสูงกว่ายุโรปมาก—บางช่วงอาจสูงถึง 17 เท่า—โดยเฉพาะเมื่อใช้กระบวนการที่พึ่งพาถ่านหิน

งานวิจัยประเมินต้นทุนที่เพิ่มขึ้นต่อการส่งออกเหล็กไทยภายใต้ CBAM ไว้อย่างไร?

KResearch ประเมินว่า การปฏิบัติตาม CBAM อาจทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น 1,300–1,500 บาทต่อตัน หรือราว 1.5–1.7% ของมูลค่าสินค้า และยังประเมินต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับ CBAM ต่อปีไว้ที่ราว 167–193 ล้านบาทสำหรับผู้ส่งออกเหล็กไทยไป EU

หลังปี 2026 ประเด็นผลกระทบ CBAM ต่ออุตสาหกรรมเหล็กไทยข้อใดที่ควรจับตา?

นอกเหนือจากต้นทุนใบรับรองและข้อกำหนด MRV ในปี 2026 กลุ่มอุตสาหกรรมกำลังจับตาข้อเสนอของคณะกรรมาธิการยุโรปที่จะขยาย CBAM ไปยังสินค้าปลายน้ำที่ใช้เหล็กและอะลูมิเนียมอย่างเข้มข้น โดยตั้งเป้าเริ่มใช้วันที่ 1 มกราคม 2028

เสริมศักยภาพธุรกิจของคุณให้เติบโตในตลาดที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ด้วยบริการให้คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญของเรา

ด้วยประสบการณ์และความเป็นเลิศยาวนานกว่า 40 ปี เรานำเสนอโซลูชันที่สร้างสรรค์และออกแบบให้เหมาะกับความต้องการเฉพาะของคุณ

ติดต่อเราวันนี้
Download Whitepaper

/ ติดต่อเรา

ติดต่อผู้เชี่ยวชาญด้านตลาดประเทศไทยของเรา

 

  • ไม่พบผลลัพธ์