ประเทศไทยกำลังเร่งเปลี่ยนผ่านสู่การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยคาดว่ามูลค่าภาคส่วนนี้จะเติบโตจาก USD 33.2 million ในปี 2024 เป็น USD 143.9 million ภายในปี 2034 อัตราการเติบโตต่อปีที่ 15.8% สะท้อนความต้องการที่เพิ่มขึ้นของที่พักที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ กระแส Thailand Green Tourism Strategy ขับเคลื่อนโดยนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มอายุ 26 ถึง 35 ปี ซึ่งคิดเป็นเกือบ 40% ของรายได้ในตลาดท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
ภาครัฐผ่านหน่วยงานต่างๆ เช่น Designated Areas for Sustainable Tourism Administration (DASTA) กำลังนำมาตรฐานความยั่งยืนระดับโลกมาบูรณาการเข้ากับการวางแผนท่องเที่ยว ความพยายามเหล่านี้มุ่งปกป้องระบบนิเวศ ส่งเสริมมรดกทางวัฒนธรรม และสนับสนุนการท่องเที่ยวโดยชุมชนที่ทำให้คนท้องถิ่นได้รับประโยชน์โดยตรง
Thailand Green Tourism Strategy: เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนระดับชาติและการขยายสู่ทุกจังหวัด
รัฐบาลได้กำหนดเป้าหมายสำคัญของ Thailand Green Tourism Strategy ไว้ 2 ข้อ ได้แก่ บรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2050 และปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2065 เป้าหมายเหล่านี้เป็นฐานสำหรับชุดโครงการท่องเที่ยวแบบ carbon-neutral และ net-zero ที่ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ

ย่านเมืองเก่าภูเก็ตเป็นตัวอย่างที่ชัดเจน โดยตั้งเป้าจะเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวแห่งแรกของประเทศที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2030 ในฐานะต้นแบบให้กับจุดหมายปลายทางอื่นๆ ที่นี่ผสานการอนุรักษ์คุณค่าทางประวัติศาสตร์เข้ากับมาตรการลดการปล่อยก๊าซ ชี้ให้เห็นว่า “การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม” และ “ความยั่งยืน” สามารถเดินไปด้วยกันได้
จากการวัดผลสู่การลงมือทำ: ลดการปล่อยคาร์บอน
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (TAT) นำหลักการ “measure-reduce-offset” มาใช้เป็นแนวทางให้กับอุตสาหกรรม เครื่องมืออย่างแอป Zero Carbon ช่วยให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวคำนวณคาร์บอนฟุตพรินต์ของตน และซื้อเครดิตเพื่อชดเชยการปล่อยก๊าซ แนวทางนี้เริ่มให้ผลลัพธ์ที่วัดได้จริงแล้ว
ณ ปี 2024 มีโรงแรมมากกว่า 342 แห่งรายงานข้อมูลการปล่อยก๊าซผ่านแพลตฟอร์มที่พัฒนาร่วมกับมหาวิทยาลัยและหน่วยงานรัฐ ซึ่งช่วยลดได้เกือบ 87,641 tons of CO₂ equivalent ความสามารถในการติดตามความคืบหน้าด้วยข้อมูลเชิงประจักษ์ช่วยเสริมความน่าเชื่อถือให้กับการผลักดันการท่องเที่ยวสีเขียวของไทย
อ่านเพิ่มเติม: Eco Tourism Thailand Powers Green Shift & Wellness
โครงการนำโดยชุมชนสร้างผลลัพธ์ในพื้นที่
นอกเหนือจากนโยบายจากส่วนกลางแล้ว ความเคลื่อนไหวระดับฐานรากก็มีบทบาทสำคัญต่อการเปลี่ยนผ่านสู่การท่องเที่ยวสีเขียวของไทย ที่เชียงใหม่ กลุ่มท่องเที่ยวโดยชุมชนได้เปิดตัว “Low Carbon Homestays” โดยชาวบ้านใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ทำเกษตรอินทรีย์ และดำเนินแนวทาง zero-waste เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวสายรักษ์โลก ขณะเดียวกัน เกาะยาวน้อยในอ่าวพังงาได้อบรมผู้ประกอบการทัวร์ท้องถิ่นถึง 80% ให้มีความรู้ด้านการอนุรักษ์ทะเล ส่งผลให้ขยะพลาสติกลดลง 40% นับตั้งแต่ปี 2023
เหตุผลทางธุรกิจของ Thailand Green Tourism Strategy
นักท่องเที่ยวชาวไทยเองก็มีบทบาทอย่างมากในการกำหนดทิศทางตลาด ผลสำรวจล่าสุดพบว่า 65% ของนักท่องเที่ยวไทยยินดีจ่ายเพิ่มเพื่อทางเลือกการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน และ 51% ชอบจุดหมายปลายทางในประเทศที่คนไม่หนาแน่น ความต้องการในประเทศนี้สนับสนุนความเป็นไปได้ของการลงทุนท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และยืนยันว่าความยั่งยืนไม่ใช่แค่เทรนด์ของนักท่องเที่ยวต่างชาติเท่านั้น
ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน รวมถึงการทำงานร่วมกับ Thai Ecotourism and Adventure Travel Association ช่วยขยายโครงการท่องเที่ยวแบบ carbon-neutral ให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ความร่วมมือดังกล่าวยังเน้นการอบรมธุรกิจท่องเที่ยวขนาดเล็กและขนาดกลางให้สามารถวัดและชดเชยการปล่อยก๊าซ เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเกิดขึ้นอย่างทั่วถึง
อนาคตการท่องเที่ยวไทยที่ยั่งยืน
Thailand Green Tourism Strategy ผสานทั้งนโยบายระดับชาติ การลงมือทำในพื้นที่ และอุปสงค์จากผู้บริโภค เข้าด้วยกันเพื่อสร้างฐานที่แข็งแรงสำหรับการเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยการตั้งเป้าทั้งด้านผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและโอกาสทางเศรษฐกิจ ประเทศไทยกำลังวางตำแหน่งตนเองเป็นผู้นำด้านการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในเอเชีย หากความคืบหน้ายังคงเดินหน้าด้วยความเร็วเช่นนี้ อุตสาหกรรมท่องเที่ยวของประเทศจะเติบโตไม่เพียงด้านมูลค่า แต่ยังรวมถึงชื่อเสียงในระดับโลกด้วย ไทยสามารถเป็นต้นแบบของการสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตและความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม
FAQs
1. ไทยตั้งเป้าความเป็นกลางทางคาร์บอนปีไหน?
ประเทศไทยตั้งเป้าความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2050 และปล่อยก๊าซสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2065
2. จุดหมายปลายทางใดถูกวางแผนให้เป็นพื้นที่ท่องเที่ยว carbon-neutral แห่งแรกของไทย?
ย่านเมืองเก่าภูเก็ตตั้งเป้าบรรลุสถานะความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2030
3. โครงการท่องเที่ยวสีเขียวของไทยช่วยลด CO₂ ได้เท่าไร?
ภายในปี 2024 โครงการรายงานข้อมูลของโรงแรมช่วยลดได้ประมาณ 87,641 tons of CO₂ equivalent
4. นักท่องเที่ยวไทยสนับสนุนการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนหรือไม่?
ใช่ โดย 65% ยินดีจ่ายเพิ่มเพื่อทางเลือกการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน
5. มีจังหวัดเข้าร่วมการขยายโครงการท่องเที่ยวสีเขียวของไทยกี่จังหวัด?
ทั้ง 77 จังหวัดถูกรวมอยู่ในโครงการท่องเที่ยวแบบ carbon-neutral