แนวโน้มและการเติบโตของการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย
/ ข้อมูลเชิงลึก / บทความ / แนวโน้มและการเติบโตของการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย

แนวโน้มและการเติบโตของการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย

เผยแพร่เมื่อ: 19 ก.ย. 2024 | ผู้เขียน: Marketing & Communications

ภาค Thailand Real Estate Development กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีหลายแนวโน้มที่เข้ามาปรับภูมิทัศน์การก่อสร้างให้แตกต่างไปจากเดิม เทรนด์เหล่านี้เกิดจากการขยายตัวของความเป็นเมืองที่เพิ่มขึ้น ราคาที่ดินที่ปรับสูงขึ้น และการหันไปสู่แนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนมากขึ้น หัวข้อต่อไปนี้จะพาไปดูเทรนด์และสถิติสำคัญที่กำลังกำหนดทิศทางตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยที่เติบโตอย่างคึกคัก

อยากรู้ว่าเทรนด์ของ Thailand’s Real Estate Development มีอะไรบ้าง? ไปดูรายละเอียดกัน!

การเติบโตของโครงการแบบมิกซ์ยูส (Mixed-Use)

หนึ่งในเทรนด์ที่สำคัญที่สุดของ Thailand Real Estate Development คือการเพิ่มขึ้นของโครงการแบบมิกซ์ยูส ซึ่งรวมพื้นที่อยู่อาศัย ออฟฟิศ และค้าปลีกไว้ในพื้นที่เดียว ทำให้ได้รับความนิยมสูง โดยเฉพาะในศูนย์กลางเมืองอย่างกรุงเทพฯ จากงานวิจัยของ Jones Lang LaSalle (JLL) ระบุว่า จะมีโครงการมิกซ์ยูสใหม่ 10 โครงการที่เตรียมเปิดตัวในย่านศูนย์กลางธุรกิจของกรุงเทพฯ โดยจะเพิ่มพื้นที่สำนักงาน Grade A จำนวน 911,000 ตารางเมตร พื้นที่ค้าปลีก 534,000 ตารางเมตร และยูนิตที่อยู่อาศัย 5,400 ยูนิต

โครงการมิกซ์ยูสได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเพราะช่วยตอบโจทย์ความท้าทายจากการขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็ว เมื่อผู้คนย้ายเข้าสู่เมืองมากขึ้น พื้นที่แบบมิกซ์ยูสสามารถรวมสิ่งที่จำเป็นไว้ในที่เดียว ตั้งแต่ที่อยู่อาศัย พื้นที่ทำงาน ไปจนถึงความบันเทิง เทรนด์นี้มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง เพราะผู้พัฒนาโครงการต้องการใช้ประโยชน์จากที่ดินซึ่งมีจำกัดให้คุ้มค่าสูงสุด โดยเฉพาะในทำเลเมืองชั้นในที่ราคาปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่

ภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยกำลังเห็น การลงทุนจำนวนมากในโครงการขนาดใหญ่ หนึ่งในโครงการที่โดดเด่นที่สุดคือ One Bangkok ซึ่งมีมูลค่าการลงทุน $3.9 billion ครอบคลุมพื้นที่ 16.7 hectares และเป็นโครงการมิกซ์ยูสที่ออกแบบมาเพื่อรองรับผู้อยู่อาศัยและผู้ทำงาน 60,000 คน พร้อมดึงดูดผู้มาเยือนเฉลี่ย 200,000 คนต่อวัน

อีกตัวอย่างคือ ICONSIAM. ICONSIAM ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ถือเป็นหนึ่งในโครงการมิกซ์ยูสที่ใหญ่ที่สุดของไทย มีทั้งพื้นที่ค้าปลีกระดับลักชัวรี ยูนิตที่อยู่อาศัย และแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ทำเลริมแม่น้ำที่โดดเด่นช่วยดึงดูดทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยว ทำให้พื้นที่มีความคึกคักอยู่เสมอ การผสานประสบการณ์ช้อปปิ้ง ร้านอาหาร และกิจกรรมทางวัฒนธรรม ทำให้ ICONSIAM ยิ่งน่าสนใจในฐานะจุดหมายไลฟ์สไตล์

Iconsiam Mall in Thailand, highlighted by its impressive large building and striking glass roof design, an example of Thailand Real Estate Development.
ICONSIAM ในกรุงเทพฯ ประเทศไทย

การลงทุนขนาดใหญ่เหล่านี้สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศที่มีต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย โครงการอย่าง One Bangkok คาดว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการสร้างงานและดึงความสนใจจากทั่วโลก อีกทั้งยังเป็นตัวอย่างชัดเจนว่าโครงการมิกซ์ยูสสามารถยกระดับและเปลี่ยนโฉมพื้นที่ทั้งย่านเมืองได้ ด้วยการสร้างศูนย์กลางที่รวมธุรกิจ การอยู่อาศัย และความบันเทิงไว้ด้วยกัน

ความเป็นเมืองที่เพิ่มขึ้น ดันดีมานด์ใน Thailand Real Estate Development

ประชากรไทยย้ายเข้าสู่เขตเมืองมากขึ้น และแนวโน้มนี้คาดว่าจะดำเนินต่อไป ภายในปี 2030 มีการคาดการณ์ว่า 50% ของประชากรทั้งประเทศจะอาศัยอยู่ในเมือง การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ความต้องการพื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่เชิงพาณิชย์เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะในเมืองหลักอย่างกรุงเทพฯ

เพื่อรองรับจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น ผู้พัฒนาโครงการจึงมุ่งสร้างสภาพแวดล้อมการอยู่อาศัยแบบครบวงจร ที่ตอบโจทย์ทั้งการใช้ชีวิตและการทำงาน โครงการมิกซ์ยูสจึงเป็นคำตอบโดยตรงของดีมานด์นี้ เพราะมอบทั้งความสะดวกและการใช้พื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้ผู้คนสามารถอยู่และทำงานในพื้นที่เดียวกัน ลดความจำเป็นในการเดินทางไกล และยกระดับคุณภาพชีวิต

ราคาที่ดินและต้นทุนการพัฒนาที่เพิ่มสูงขึ้น

หนึ่งในความท้าทายใหญ่ของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในไทยคือราคาที่ดินที่ปรับสูงขึ้น ในทำเลไพรม์ของกรุงเทพฯ ราคาเฉลี่ยของที่ดินเพิ่มขึ้นมาที่ราว THB 2 million ต่อ 1 ตาราง wah (1 wah = 4 sq. m) การปรับขึ้นอย่างก้าวกระโดดนี้ทำให้ผู้พัฒนาโครงการต้องคิดหาวิธีใหม่ๆ อย่างสร้างสรรค์

โครงการมิกซ์ยูสจึงน่าสนใจมากขึ้น เพราะโดยทั่วไปให้ผลตอบแทนจากการลงทุนดีกว่าโครงการแบบใช้ประโยชน์เดียว (single-use) การรวมฟังก์ชันที่หลากหลาย เช่น ที่อยู่อาศัย ออฟฟิศ และค้าปลีก ช่วยให้ใช้ประโยชน์จากที่ดินราคาแพงได้คุ้มค่า และตอบโจทย์ลูกค้าที่มีความต้องการหลากหลาย

ความยั่งยืน: อนาคตของการพัฒนา

อีกหนึ่งเทรนด์สำคัญที่กำลังกำหนดทิศทาง Thailand Real Estate Development คือการให้ความสำคัญกับความยั่งยืนมากขึ้น เมื่อประเด็นสิ่งแวดล้อมทวีความเร่งด่วน ผู้พัฒนาโครงการจึงมองหาวิธี สร้างโครงการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและยั่งยืนมากกว่าเดิม ตัวอย่างที่ดีคือ Sindhorn Village ซึ่งเน้นการใช้ชีวิตสีเขียว ผ่านการจัดสรรพื้นที่สีเขียวโดยเฉพาะและการออกแบบที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม

ภาครัฐไทยยังสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนด้วยการผลักดันนโยบายพัฒนาเมืองที่ส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียน การออกแบบอาคารที่ประหยัดพลังงาน และการเพิ่มพื้นที่สีเขียว เมื่อผู้บริโภคตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ความต้องการโครงการที่ยั่งยืนก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

 

จากที่เห็นได้ชัด ภาค Thailand Real Estate Development กำลังพัฒนาและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยมีปัจจัยหนุนจากเทรนด์การเติบโตของโครงการมิกซ์ยูส การลงทุนขนาดใหญ่ในโครงการระดับเมกะโปรเจกต์ การขยายตัวของความเป็นเมือง ราคาที่ดินที่เพิ่มขึ้น และการให้ความสำคัญกับความยั่งยืน ด้วยแรงขับเคลื่อนเหล่านี้ ประเทศไทยมีแนวโน้มก้าวขึ้นเป็นจุดหมายสำคัญของพื้นที่เมืองรูปแบบใหม่ที่ทั้งนวัตกรรม บูรณาการ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สำหรับนักลงทุนและผู้พัฒนาโครงการ นี่คือโอกาสมหาศาลในการมีส่วนร่วมกับเฟสถัดไปของการเปลี่ยนผ่านเมืองของประเทศไทย

ก้าวไปข้างหน้าในประเทศไทยด้วยกลยุทธ์ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

ประเมินศักยภาพของตลาด ทดสอบสมมติฐาน และมุ่งเน้นการจัดสรรทรัพยากรไปยังโอกาสที่สามารถสร้างคุณค่าทางธุรกิจได้อย่างยั่งยืน

ติดต่อเราวันนี้
Download Whitepaper

/ ติดต่อเรา

เปลี่ยนโอกาสทางธุรกิจครั้งต่อไปในประเทศไทยให้เป็นกลยุทธ์ที่ชัดเจน

 

  • ไม่พบผลลัพธ์

เว็บไซต์นี้ได้รับการปกป้องโดย reCAPTCHA และ Google นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อกำหนดในการให้บริการ มีผลบังคับใช้